ดูพิทักษ์แผ่นดินแทนทวยเทพ แล้วรู้สึกอินมากกับบทบาทของเทพเจ้าแต่ละองค์ ไม่ใช่แค่สู้กันธรรมดา แต่มีมิติของหน้าที่และความรับผิดชอบ ฉากที่เทพเจ้าผมแดงกับผมดำร่วมมือกันสู้ศัตรูช่างน่าตื่นเต้น การออกแบบชุดเทพเจ้าแต่ละองค์ละเอียดมาก โดยเฉพาะเครื่องทรงขององค์เง็กเซียนที่ดูอลังการจริง ๆ เรื่องนี้ทำให้เห็นว่าแม้แต่เทพเจ้าก็ยังต้องต่อสู้เพื่อปกป้องสิ่งที่รัก
ฉากที่มนุษย์ในสนามกีฬาพร้อมใจกันส่งพลังให้เทพเจ้าในพิทักษ์แผ่นดินแทนทวยเทพ เป็นฉากที่ซึ้งจนน้ำตาไหล! มันสื่อว่าพลังของความเชื่อและความสามัคคีของมนุษย์สามารถช่วยเทพเจ้าได้จริง ๆ การตัดสลับระหว่างฉากต่อสู้บนสวรรค์กับฉากมนุษย์บนโลกทำได้ดีมาก ทำให้เรื่องมีมิติมากขึ้น ไม่ใช่แค่เทพเจ้าสู้กันเอง แต่มีมนุษย์เป็นส่วนสำคัญในการกำหนดชะตากรรม
พล็อตเรื่องในพิทักษ์แผ่นดินแทนทวยเทพ น่าติดตามมาก! การที่เทพเจ้าแต่ละองค์มีพลังพิเศษแตกต่างกัน ทำให้การต่อสู้ไม่ซ้ำซาก ฉากที่เทพเจ้าผมขาวใช้พลังแสงสว่างต่อสู้กับพลังมืดของปีศาจช่างน่าตื่นเต้น การออกแบบฉากสวรรค์ที่ลอยอยู่เหนือเมฆกับสถาปัตยกรรมจีนโบราณทำออกมาได้สวยงามมาก ดูแล้วรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในโลกเทพเจ้าจริง ๆ
ดูพิทักษ์แผ่นดินแทนทวยเทพ แล้วรู้สึกประทับใจกับตัวละครเทพเจ้าผมดำที่มีมิติมาก ไม่ใช่แค่เทพเจ้าผู้ทรงพลัง แต่ยังมีอารมณ์และความรู้สึกเหมือนมนุษย์ ฉากที่เขาต้องเลือกระหว่างการทำหน้าที่ปกป้องสวรรค์กับการช่วยมนุษย์ที่เขารัก เป็นฉากที่ทำให้คนดูต้องคิดตาม การแสดงออกทางสีหน้าและท่าทางของตัวละครทำได้ดีมาก ทำให้รู้สึกอินไปกับเรื่องราว
ฉากเปิดเรื่องในพิทักษ์แผ่นดินแทนทวยเทพ ทำเอาขนลุกซู่! องค์เง็กเซียนฮ่องเต้ทรงพลังแต่ดูเหนื่อยล้ากับการรักษาสมดุลจักรวาล การปรากฏตัวของปีศาจเงาดำกับพลังทำลายล้างสูงสร้างความตึงเครียดทันที ฉากต่อสู้ระหว่างเทพเจ้ากับปีศาจใช้เอฟเฟกต์แสงสีทอง-ม่วงตัดกันสวยงามมาก โดยเฉพาะฉากที่เทพเจ้าผมขาวปล่อยพลังทำลายล้าง มันคือจุดพีคที่ทำให้คนดูต้องกลั้นหายใจ