ท่ามกลางการต่อสู้ที่ดุเดือดของเหล่าเทพเจ้าและปีศาจ การปรากฏตัวของลิงน้อยที่ถูกลากไปด้วยผ้าสีแดงกลับกลายเป็นจุดดึงดูดสายตาที่แปลกใหม่ ความน่ารักและสีหน้าตกใจของลิงน้อยช่วยเบรกอารมณ์เครียดๆ ของฉากต่อสู้ลงได้พอสมควร ทำให้เรื่องราวในพิทักษ์แผ่นดินแทนทวยเทพมีความสมดุลระหว่างความตื่นเต้นและความบันเทิง การออกแบบคาแรคเตอร์สัตว์วิเศษอย่างสุนัขดำที่มีเขี้ยวทองก็ดูเท่และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาก
ฉากที่เทพเจ้าองค์ใหญ่ปรากฏกายพร้อมแสงสีทองอร่ามตาในพิทักษ์แผ่นดินแทนทวยเทพนั้นสร้างความรู้สึกศรัทธาและเกรงขามได้อย่างน่าทึ่ง รายละเอียดของเครื่องทรงและรัศมีที่แผ่ออกมาแสดงให้เห็นถึงงบประมาณในการสร้างที่ไม่ธรรมดา ฉากนี้ดูเหมือนจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่องที่ทำให้ตัวละครอื่นๆ ต้องหยุดการกระทำและหันมาสนใจ การออกแบบแสงและเงาในฉากนี้ทำออกมาได้สมบูรณ์แบบจนดูเหมือนภาพวาดทางศาสนาที่มีชีวิต
การเผชิญหน้าระหว่างชายหนุ่มผมแดงผู้ทรงพลังกับกลุ่มตัวละครฝ่ายตรงข้ามในเรื่องพิทักษ์แผ่นดินแทนทวยเทพสะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งที่ซับซ้อน ไม่ใช่แค่การต่อสู้ด้วยกำลังแต่ยังรวมถึงความแตกต่างทางอุดมการณ์ ฉากที่ชายหนุ่มในชุดสีน้ำตาลยืนสงบนิ่งท่ามกลางความวุ่นวายสร้างความรู้สึกลึกลับและน่าค้นหาว่าเขาจะมีบทบาทอย่างไรในสงครามครั้งนี้ การดำเนินเรื่องที่รวดเร็วทำให้คนดูต้องคอยเดาใจว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะ
สิ่งที่ชอบที่สุดในพิทักษ์แผ่นดินแทนทวยเทพคือการถ่ายทอดอารมณ์ผ่านดวงตาของตัวละคร โดยเฉพาะหญิงสาวผมทองที่แสดงออกถึงความกังวลและความมุ่งมั่นในเวลาเดียวกัน แม้จะไม่มีบทพูดมากมายแต่สีหน้าของเธอสามารถบอกเล่าเรื่องราวภายในใจได้เป็นอย่างดี ฉากที่เธอถูกพันธนาการแล้วพยายามดิ้นรนทำให้คนดูรู้สึกเอาใจช่วยและอยากเห็นเธอหลุดพ้นจากสถานการณ์นี้ การสร้างตัวละครที่มีมิติทางอารมณ์แบบนี้ทำให้เรื่องราวมีน้ำหนักมากขึ้น
ฉากต่อสู้กลางอากาศในเรื่องพิทักษ์แผ่นดินแทนทวยเทพนั้นทำออกมาได้ตื่นตาตื่นใจมาก โดยเฉพาะการใช้ผ้าสีแดงเป็นอาวุธหลักที่ดูพลิ้วไหวและมีพลัง การเคลื่อนไหวของตัวละครหลักที่มีผมสีแดงเพลิงนั้นดุดันและรวดเร็ว ตัดสลับกับฉากของหญิงสาวที่ถูกพันธนาการซึ่งสร้างความรู้สึกอึดอัดและลุ้นระทึกไปพร้อมกัน แสงไฟและเอฟเฟกต์ระเบิดหินลาวาทำให้บรรยากาศการต่อสู้ดูสมจริงและยิ่งใหญ่จนไม่อยากกระพริบตาเลยสักนิด