ตอนเห็นมังกรไฟโผล่ออกมาพร้อมเปลวเพลิงสีแดงฉาน บอกเลยว่าขนลุกซู่ไปทั้งตัว เอฟเฟกต์แสงสีที่ทำออกมาได้สมจริงมาก โดยเฉพาะฉากที่ตัวละครขี่นกกระเรียนขาวบินผ่านมังกรไฟ มันช่างเป็นภาพที่งดงามและน่าจดจำสุดๆ การดำเนินเรื่องในพิทักษ์แผ่นดินแทนทวยเทพ เร็วกระชับไม่ยืดเยื้อ ทำให้คนดูไม่เบื่อเลยแม้แต่วินาทีเดียว อยากดูต่อจนจบเรื่องแล้ว
สีหน้าของเทพเจ้าที่แสดงออกถึงความเจ็บปวดและความมุ่งมั่นนั้นสื่ออารมณ์ได้ดีมาก ฉากที่ร่างกายเริ่มสลายกลายเป็นแสงทองช่างน่าเศร้าแต่ก็สวยงามในเวลาเดียวกัน การเสียสละเพื่อปกป้องผู้อื่นเป็นธีมหลักที่จับใจคนดูได้ง่ายๆ เรื่องราวในพิทักษ์แผ่นดินแทนทวยเทพ ไม่ได้มีแค่ฉากต่อสู้แต่ยังแฝงข้อคิดเรื่องหน้าที่และความรับผิดชอบไว้ด้วย ดูแล้วน้ำตาซึมโดยไม่รู้ตัว
ต้องยกนิ้วให้ทีมอนิเมชั่นที่ทำฉากปราสาทลอยฟ้าและวิมานบนเมฆออกมาได้สวยงามดั่งฝันมาก โทนสีทองอร่ามตัดกับสีฟ้าของท้องฟ้าทำให้รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในโลกเทพนิยายจริงๆ การจัดองค์ประกอบภาพในแต่ละช็อตมีความสมดุลและสวยงามมาก การดูพิทักษ์แผ่นดินแทนทวยเทพ บนแอปนี้ให้ภาพที่คมชัดและลื่นไหลมาก เป็นประสบการณ์การรับชมที่คุ้มค่าจริงๆ แนะนำให้เปิดจอใหญ่ดูจะฟินกว่าเดิม
ฉากสุดท้ายที่ทุกคนรวมพลังกันต่อสู้กับปีศาจร้ายนั้นมันส์สุดๆ การที่ตัวละครหลักๆ มาร่วมมือกันแสดงให้เห็นว่าสามัคคีคือพลังจริงๆ เสียงเชียร์จากคนดูในฉากนั้นทำให้เรารู้สึกอินไปกับบรรยากาศการต่อสู้มาก เรื่องราวในพิทักษ์แผ่นดินแทนทวยเทพ สอนให้รู้ว่าไม่ว่าศัตรูจะแข็งแกร่งแค่ไหน ถ้าเราไม่ยอมแพ้และช่วยกันเราก็จะชนะได้ ดูแล้วรู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาทันที
ฉากต่อสู้ระหว่างเทพเจ้าสามเศียรกับเทพเจ้าผู้ทรงพลังนั้นอลังการมาก พลังไฟที่พวยพุ่งออกมาทำให้รู้สึกถึงความร้อนแรงจนแทบจะลุกไหม้ไปด้วย การออกแบบตัวละครที่มีรายละเอียดเครื่องประดับสวยงามตัดกับฉากหลังที่เป็นธรรมชาติช่างลงตัว เรื่องราวในพิทักษ์แผ่นดินแทนทวยเทพ ทำให้เห็นถึงความพยายามในการปกป้องโลกมนุษย์อย่างแท้จริง ดูแล้วรู้สึกฮึกเหิมจนอยากลุกขึ้นมาสู้บ้าง