ในพิทักษ์แผ่นดินแทนทวยเทพ ฉากที่ชายหนุ่มผมทองชี้หน้าด้วยความโกรธแค้นตัดกับฉากเทพเจ้าผมดำปล่อยพลังแสงทองช่างน่าติดตาม ความแตกต่างระหว่างพลังมนุษย์กับพลังเทพถูกถ่ายทอดผ่านสีหน้าและท่าทางได้อย่างชัดเจน อีกาที่มีตาสีแดงดูเหมือนจะเป็นลางร้ายของหายนะที่กำลังจะเกิดขึ้น ฉากนี้ทำให้รู้ว่าสงครามครั้งนี้ไม่ใช่แค่การต่อสู้แต่เป็นการเดิมพันชะตากรรมของโลก
ต้องยอมรับว่าพิทักษ์แผ่นดินแทนทวยเทพ ทำฉากต่อสู้ได้อลังการมาก โดยเฉพาะตอนที่เทพเจ้าผมดำปล่อยพลังจนเกิดพายุหมุนสีทองและชายชราถือขวานสายฟ้าฟาดลงมา แสงสีทองกับฟ้าผ่าที่เต็มจอทำให้รู้สึกถึงพลังอันมหาศาล ฉากปราสาทที่มีอีกาขนาดใหญ่บินอยู่เหนือประตูทองก็ดูน่าเกรงขามจนไม่อยากกระพริบตาเลยแม้แต่วินาทีเดียว
สิ่งที่ชอบที่สุดในพิทักษ์แผ่นดินแทนทวยเทพ คือการแสดงอารมณ์ของตัวละคร ชายชราที่มีตาเดียวและอีกาบนบ่าดูโกรธแค้นจนเส้นเลือดปูด ขณะที่ชายหนุ่มผมทองก็แสดงออกถึงความสิ้นหวังด้วยการกุมหัว หญิงสาวผมบลอนด์ที่ตะโกนด้วยความตกใจก็ทำให้รู้สึกถึงความตึงเครียดของสถานการณ์ ทุกสีหน้าทุกท่าทางสื่ออารมณ์ได้ชัดเจนจนคนดูอินไปตามๆ กัน
พิทักษ์แผ่นดินแทนทวยเทพ สร้างโลกแฟนตาซีได้สวยงามมาก ตั้งแต่ฉากภูเขาเขียวขจีที่มีสายฟ้าฟาดลงมา ฉากทะเลน้ำแข็งที่มีพายุหมุนสีทอง ไปจนถึงฉากอวกาศที่มีดาวเคราะห์ลอยอยู่รอบๆ รายละเอียดของชุดเกราะทองคำที่มีลวดลายซับซ้อนและสัญลักษณ์เรืองแสงก็ทำออกมาได้ประณีต อีกาที่มีตาสีแดงดูเหมือนจะเป็นสัญลักษณ์ของความมืดที่กำลังคืบคลานเข้ามา
ฉากเปิดเรื่องในพิทักษ์แผ่นดินแทนทวยเทพ ทำเอาขนลุกซู่! ชายชราในชุดเกราะทองคำพร้อมอีกาบนบ่าปล่อยพลังสายฟ้าฟาดจนท้องฟ้ามืดครึ้ม การต่อสู้ระหว่างเทพเจ้ากับปีศาจดำมืดเต็มไปด้วยเอฟเฟกต์แสงสีทองและม่วงที่ตาแตกมาก คนดูในโรงก็ตะโกนลั่นจนรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในเหตุการณ์จริง ฉากนี้คือจุดเริ่มต้นของสงครามครั้งใหญ่ที่ไม่มีใครคาดคิด