เรื่องราวในพิทักษ์แผ่นดินแทนทวยเทพ ไม่ได้มีแค่ฉากบู๊แต่ยังแฝงความดราม่าของตัวละครได้ดีมาก ฉากที่คนดูในสนามร้องไห้หรือตะโกนเชียร์ทำให้เรารู้สึกอินไปกับสถานการณ์ด้วย การที่พระเอกต้องแบกรับภาระใหญ่หลวงเพื่อปกป้องทุกคน ทำให้เห็นถึงความกล้าหาญที่แท้จริง ดูจบแล้วอยากเอาใจช่วยตัวละครทุกตัวเลย
ต้องยอมรับว่างานภาพในพิทักษ์แผ่นดินแทนทวยเทพ นั้นละเอียดและสวยงามมาก ทุกเฟรมเหมือนภาพวาดที่เคลื่อนไหวได้ ฉากปราสาทลอยฟ้าและพลังเวทมนตร์ที่ระเบิดออกมาทำออกมาได้ตระการตาจริงๆ แสงเงาและการใช้สีช่วยเสริมอารมณ์ของเรื่องได้ดีมาก ดูผ่านแอปแล้วรู้สึกคุ้มค่าเวลาทุกวินาทีที่ได้ชม
ตอนแรกคิดว่าเรื่องจะเดินไปทางเดิมๆ แต่พอถึงช่วงท้ายของพิทักษ์แผ่นดินแทนทวยเทพ กลับมีจุดหักมุมที่ทำให้เราอึ้งไปเลย การที่ตัวละครหลักตัดสินใจแบบนั้นแสดงถึงความเป็นผู้นำที่แท้จริง ฉากสุดท้ายที่ทุกคนรวมพลังกันสู้ทำให้ขนลุกซู่ เป็นตอนจบที่สมบูรณ์แบบและทิ้งความประทับใจไว้ให้คนดูอย่างเราได้นานเลย
สิ่งที่ชอบที่สุดในพิทักษ์แผ่นดินแทนทวยเทพ คือความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครที่ไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมรบแต่เหมือนครอบครัว ฉากที่พวกเขาช่วยเหลือกันตอนจนมุมทำให้ซึ้งน้ำตาไหลได้เลย แม้จะมีพลังเทพเจ้าแต่หัวใจของพวกเขายังเป็นมนุษย์ที่รักและห่วงใยกัน การดูเรื่องนี้ทำให้รู้สึกว่าไม่ว่าอุปสรรคจะใหญ่แค่ไหน ถ้ามีเพื่อนที่ดีเราก็ผ่านไปได้
ฉากต่อสู้ระหว่างเทพเจ้ากับปีศาจในพิทักษ์แผ่นดินแทนทวยเทพ ทำออกมาได้ยิ่งใหญ่และดุดันมาก พลังแสงสีที่ปะทะกันทำให้คนดูอย่างเราตื่นเต้นจนตัวเกร็ง การออกแบบตัวละครแต่ละองค์มีเอกลักษณ์ชัดเจน โดยเฉพาะฉากที่พระเอกแปลงร่างแล้วฟาดงวงฟาดงาใส่ศัตรู บอกเลยว่าสะใจสุดๆ ดูแล้วรู้สึกเหมือนได้ไปยืนอยู่ในสนามรบจริงๆ