ตัวละครพระโพธิสัตว์ในเรื่องพิทักษ์แผ่นดินแทนทวยเทพ ออกแบบมาได้งดงามและดูมีบารมีมาก ผิวสีเทาตัดกับเครื่องประดับทองคำทำให้ดูขลังสุดๆ แต่อย่าหลงเชื่อหน้าตาที่ดูใจดีนะ เพราะตอนที่แกงัดโซ่ทองคำออกมาพันธนาการหน่าจาได้แบบง่ายๆ แสดงว่าฝีมือไม่ธรรมดาจริงๆ ฉากที่โซ่พุ่งออกมาเป็นร้อยเส้นแล้วรัดตัวคนร้ายจนขยับไม่ได้ มันคือความสะใจที่คนดูรอคอย การต่อสู้ด้วยเวทมนตร์แบบนี้ดูมีมิติกว่าการต่อยตีธรรมดาเยอะ
ชอบฉากที่คนดูในสนามประลองมีปฏิกิริยาต่างกันมาก บางคนตกใจจนยืนอ้าปากค้าง บางคนก็ลุ้นจนกำมือแน่น โดยเฉพาะผู้หญิงใส่ชุดสีเขียวที่ดูเป็นห่วงเป็นใยตัวละครหลักมาก ฉากเหล่านี้ทำให้เรารู้สึกเหมือนนั่งดูอยู่ในสนามด้วยจริงๆ อารมณ์ร่วมมันสูงมาก เรื่องพิทักษ์แผ่นดินแทนทวยเทพ ไม่ได้มีแค่ฉากต่อสู้แต่ยังใส่ดราม่าความสัมพันธ์ของคนดูเข้ามาได้ดี ทำให้ตัวละครดูมีมิติและมีชีวิตชีวามากขึ้น ไม่ใช่แค่หุ่นเชิดที่มาสู้กัน
ต้องยกนิ้วให้ทีมอนิเมชั่นที่ทำฉากปรากฏตัวของพระพุทธเจ้าสีทองออกมาได้ยิ่งใหญ่และศักดิ์สิทธิ์มาก แสงสีทองที่ส่องสว่างไปทั่วจอพร้อมกับเสียงดนตรีที่ขลังๆ มันทำให้ขนลุกจริงๆ ฉากนี้ในเรื่องพิทักษ์แผ่นดินแทนทวยเทพ คือจุดพีคที่รอคอยมานาน การที่พระโพธิสัตว์สามารถเรียกพลังศักดิ์สิทธิ์ระดับนี้ออกมาได้แสดงว่าแกไม่ใช่ธรรมดาแน่ๆ ภาพดอกไม้บัวที่บานรับแสงและต้นกล้าที่โผล่จากน้ำสื่อถึงความหวังและการเริ่มต้นใหม่ได้ดีมาก
สิ่งที่ชอบที่สุดในเรื่องนี้คือการต่อสู้ที่ไม่ได้ใช้แค่กำลังแต่ใช้สติปัญญาด้วย พระโพธิสัตว์ใช้โซ่ทองคำที่มีอักขระศักดิ์สิทธิ์ในการควบคุมหน่าจาแทนที่จะฆ่าทิ้งทันที มันแสดงให้เห็นถึงความเมตตาแม้ต่อศัตรู ฉากที่หน่าจาพยายามดิ้นรนแต่ก็หลุดพ้นไม่ได้มันดูตลกปนสงสารดี ส่วนสาวๆ ผมทองที่คอยเป็นห่วงก็เพิ่มสีสันให้เรื่องพิทักษ์แผ่นดินแทนทวยเทพ น่าติดตามมากขึ้น การผสมผสานระหว่างแอ็คชั่น ดราม่า และตลกทำออกมาได้กลมกล่อมมาก
ฉากต่อสู้ของหน่าจาตอนแรกนี่คือตะโกนลั่นจอจริงๆ พลังไฟสีแดงที่พุ่งออกมาจากหอกมันดูร้อนแรงและดุดันมาก ยิ่งตอนที่เขาเหยียบล้อไฟแล้วพุ่งชนหินยักษ์ บอกเลยว่าภาพสวยจนต้องหยุดดูซ้ำ แต่พอมาเจอพระโพธิสัตว์ที่ดูสงบนิ่งแต่ทรงพลัง มันช่างเป็นคู่ตรงข้ามที่น่าสนใจสุดๆ ในเรื่องพิทักษ์แผ่นดินแทนทวยเทพ การปะทะกันระหว่างพลังทำลายล้างกับพลังศักดิ์สิทธิ์ทำให้คนดูอย่างเราตื่นเต้นจนตัวเกร็ง