จุดพีคที่สุดคงหนีไม่พ้นฉากที่ชายชราหยิบหนังสือเก่าคร่ำคร่าออกมาแล้วมันเปล่งแสงวิจิตรบรรจงออกมา ภาพเอฟเฟกต์ตอนหนังสือเปิดออกนั้นสวยจนต้องหยุดหายใจ ดูเหมือนว่ากุญแจสำคัญของพิทักษ์แผ่นดินแทนทวยเทพ จะซ่อนอยู่ในตัวอักษรเหล่านั้น การผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีในห้องประชุมกับเวทมนตร์โบราณช่างลงตัวสุดๆ
ตัวละครชายหนุ่มผมดำที่มีนัยน์ตาสีแดงดูมีเบื้องหลังที่น่าสนใจมาก เขายืนอยู่ข้างหญิงสาวผมทองด้วยท่าทีที่ทั้งปกป้องและสงสัย บางทีเขาอาจจะเป็นตัวแปรสำคัญในพิทักษ์แผ่นดินแทนทวยเทพ ที่ไม่มีใครคาดคิด ฉากที่เขาขบคิดอะไรบางอย่างพร้อมกับกำหมัดแน่นสื่อถึงความกดดันที่ต้องแบกรับไว้ได้ยอดเยี่ยมมาก
ชอบฉากที่แผนที่โลกจำลองกลายเป็นสนามรบที่มีเทพเจ้าปรากฏกายออกมา แสงสว่างที่พุ่งขึ้นฟ้าและเงาของนักรบโบราณทำให้รู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของสงครามที่กำลังจะเกิดขึ้น ในพิทักษ์แผ่นดินแทนทวยเทพ ฉากนี้สื่อถึงชะตากรรมของโลกที่กำลังถูกเดิมพันด้วยพลังเหนือธรรมชาติ การตัดสลับระหว่างความสงบในห้องประชุมกับความวุ่นวายในภาพนิมิตทำได้ดีมาก
ดูแล้วรู้สึกอินไปกับความกังวลของตัวละครทุกตัว โดยเฉพาะฉากที่ชายชราจับหัวตัวเองด้วยความเครียดและหญิงสาวที่ดูเหมือนจะแบกรับภาระหนักอึ้งไว้ บรรยากาศในพิทักษ์แผ่นดินแทนทวยเทพ สร้างความตึงเครียดได้ดีมากโดยไม่ต้องใช้คำพูดเยอะ แสงสีและดนตรีประกอบช่วยขับเน้นอารมณ์ได้สมบูรณ์แบบ ทำให้คนดูอย่างเราอยากติดตามต่อทันที
ฉากเปิดเรื่องทำเอาขนลุกซู่เมื่อหญิงสาวผมทองแสดงพลังเหนือมนุษย์ออกมาท่ามกลางความตกตะลึงของเหล่าผู้นำ การเปลี่ยนผ่านจากห้องประชุมสุดหรูไปสู่สนามรบในตำนานช่างน่าทึ่งมาก เรื่องราวในพิทักษ์แผ่นดินแทนทวยเทพ ทำให้เรารู้สึกเหมือนกำลังนั่งดูประวัติศาสตร์ที่ถูกเขียนใหม่ด้วยแสงสีทองที่สว่างจ้าและพลังอำนาจที่มองไม่เห็น