นอกจากฉากต่อสู้แล้ว ฉากหลังในเรื่องพิทักษ์แผ่นดินแทนทวยเทพ ก็ทำออกมาได้ละเอียดอ่อนมาก โดยเฉพาะฉากปราสาทลอยฟ้าที่มีสายโซ่ทองยึดไว้ ดูแล้วรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของโลกเทพเจ้า การจัดวางองค์ประกอบภาพแต่ละช็อตเหมือนงานศิลปะที่เคลื่อนไหวได้จริง ดูแล้วเพลินตาจนไม่อยากกระพริบตาเลยสักนิด
เรื่องราวในพิทักษ์แผ่นดินแทนทวยเทพ น่าสนใจตรงที่การปะทะกันของสองฝ่ายที่มีอุดมการณ์ต่างกัน ฝ่ายหนึ่งใช้ไฟเป็นอาวุธ อีกฝ่ายใช้แสงศักดิ์สิทธิ์ การแสดงออกทางสีหน้าและแววตาของตัวละครสื่อถึงความมุ่งมั่นและความโกรธแค้นได้ชัดเจนมาก ทำให้คนดูเอาใจช่วยและลุ้นไปกับทุกการเคลื่อนไหวของตัวละครอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ต้องชื่นชมทีมออกแบบตัวละครในพิทักษ์แผ่นดินแทนทวยเทพ ที่เนรมิตตัวละครออกมาได้เหมือนหลุดออกมาจากตำนวนจริง ๆ โดยเฉพาะเครื่องประดับและลวดลายบนเสื้อผ้าที่วิจิตรบรรจงมาก ตัวละครสามเศียรดูน่าเกรงขาม ในขณะที่ตัวละครฝ่ายเทพเจ้าดูสง่างามและเปี่ยมด้วยบารมี การผสมผสานวัฒนธรรมตะวันออกเข้ากับจินตนาการทำได้ยอดเยี่ยม
การดำเนินเรื่องในพิทักษ์แผ่นดินแทนทวยเทพ ทำได้กระชับและเร้าใจมาก ไม่ยืดเยื้อแต่ยังคงความสมบูรณ์ของเนื้อหาไว้ได้ ทุกฉากมีความหมายและขับเคลื่อนเรื่องราวไปข้างหน้า การสลับฉากระหว่างสนามรบอันร้อนระอุกับบรรยากาศสงบของสวรรค์ ทำให้เกิดอารมณ์ร่วมที่หลากหลาย ดูแล้วรู้สึกเหมือนได้ผจญภัยไปในโลกอีกใบหนึ่ง
ฉากต่อสู้ในพิทักษ์แผ่นดินแทนทวยเทพ คือที่สุดของความอลังการ! การออกแบบตัวละครสามเศียรที่มีพลังไฟลุกโชน ตัดกับตัวละครผิวขาวผู้ทรงพลังแห่งแสงสว่าง ทำให้เกิดภาพที่ขัดแย้งแต่สวยงามมาก แสงสีทองกับเปลวเพลิงสีแดงขับเน้นอารมณ์ดุดันของสงครามเทพเจ้าได้อย่างลงตัว ใครที่ชอบฉากแอ็คชั่นแบบจัดเต็มต้องดูเรื่องนี้เลย