ชอบการออกแบบเครื่องแต่งกายในเรื่องนี้มาก ชุดคลุมขนสัตว์สีขาวของนางเอกดูสูงส่งและเย็นชา ตัดกับชุดนักโทษสีซีดและโซ่ตรวนของหญิงสาวที่ถูกคุมขังอย่างชัดเจน ภาพนี้สื่อถึงอำนาจและสถานะได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดเลยแม้แต่น้อย ดูในเน็ตชอร์ตแล้วติดหนึบมาก อยากให้ฉากต่อไปเฉลยความสัมพันธ์ของทั้งคู่เร็วๆ
สังเกตไหมว่าแม้ตัวละครในชุดขาวจะพยายามทำหน้าเรียบเฉย แต่แววตากลับสั่นไหวและแดงก่ำเหมือนคนกลั้นน้ำตาไว้ การแสดงสีหน้าแบบนี้ทำให้รู้ว่าเธอไม่ได้ใจร้ายแต่อาจมีเหตุผลจำเป็นที่ต้องทำแบบนี้ ฉากนี้ในลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด เล่นกับอารมณ์คนดูได้เก่งมาก อยากรู้ว่าเธอต้องแลกอะไรมาบ้างถึงมายืนจุดนี้ได้
ฉากห้องขังที่มีฟางแห้งกองกับพื้นและแสงสลัวจากเทียนบนผนัง สร้างบรรยากาศที่ดูหดหู่และน่ากลัวมาก เสียงโซ่ที่ดังเวลาขยับตัวก็ยิ่งเพิ่มความสมจริง คนดูอย่างเรารู้สึกอึดอัดแทนตัวละครที่ถูกจับเลย ดูแล้วลุ้นว่าเธอจะหลุดพ้นจากที่นี่ได้ไหม หรือต้องจบลงแบบน่าเศร้า
ตัวละครชายในชุดสีน้ำเงินที่ยืนอยู่ด้านหลังดูจะอึดอัดกับสถานการณ์ไม่น้อย สายตาที่เขาเหลือบมองหญิงสาวทั้งสองคนบอกเล่าเรื่องราวได้ดีว่าเขารู้ความจริงบางอย่างแต่ไม่อาจเอ่ยออกมา ความตึงเครียดระหว่างสามคนนี้เป็นอะไรที่ดูแล้ววางไม่ลงจริงๆ ต้องยกนิ้วให้บทละครที่เขียนมาดี
สีหน้าของหญิงสาวที่ถูกใส่กุญแจมือตอนแรกดูสับสน แต่พอเห็นคนมาเยี่ยมก็เปลี่ยนเป็นความหวังและความกลัวปนกัน การแสดงออกทางสีหน้าที่เปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็วทำให้คนดูอินไปกับความทุกข์ทรมานของเธอมาก ฉากนี้ทำให้รู้สึกว่าเรื่องลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด ไม่ได้มีแค่ดราม่าแต่มีความเจ็บปวดของมนุษย์จริงๆ