ต้องชื่นชมทีมคอสตูมของ ลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด ที่ใส่ใจรายละเอียดมาก ชุดสีครีมปักลายมังกรดูทรงพลัง ส่วนชุดสีชมพูของนางเอกก็อ่อนช้อยงดงาม การจัดวางองค์ประกอบภาพในฉากสวนวังทำให้บรรยากาศดูขลังและสมจริง เป็นซีรีส์ที่ดูแล้วเพลินตาจริงๆ
ตอนที่หญิงชุดชมพูถือแส้เตรียมลงโทษ ทำเอาคนดูอย่างเราใจหายวาบ สีหน้าของนางเอกที่ดูหวาดกลัวแต่พยายามเข้มแข็งช่างน่าสงสาร เรื่องราวใน ลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด เริ่มซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ อยากทราบเหลือเกินว่าใครคือคนร้ายตัวจริงในวังแห่งนี้
ความสัมพันธ์ระหว่างฮ่องเต้และขุนนางดูมีมิติมาก แค่สบตากันก็รู้ว่ามีอะไรซ่อนอยู่ การแสดงใน ลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด ทำให้เราเชื่อในมิตรภาพหรืออาจจะเป็นอะไรที่ลึกซึ้งกว่านั้น ฉากที่ฮ่องเต้เดินจากไปทิ้งให้ขุนนางคุกเข่าอยู่คนเดียวช่างเศร้าจับใจ
ฉากหลังที่เป็นสถาปัตยกรรมจีนโบราณช่วยส่งอารมณ์เรื่องได้เป็นอย่างดี แสงเงาในฉากกลางแจ้งดูธรรมชาติมาก การเดินเรื่องใน ลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด ไม่เร่งรีบจนเกินไป ให้เวลาคนดูได้ซึมซับอารมณ์ตัวละคร เป็นซีรีส์ที่ดูแล้วรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลาไปในอดีต
แม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์เลวร้าย แต่สีตาของนางเอกยังคงมุ่งมั่น การถูกกลั่นแกล้งในวังทำให้เราอยากเข้าไปปกป้องเธอจริงๆ เนื้อหาใน ลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด สะท้อนให้เห็นความโหดร้ายของระบบศักดินาแต่ก็มีความหวังซ่อนอยู่ รอติดตามตอนต่อไปใจจะขาด