ต้องชื่นชมทีมคอสตูมที่ใส่ใจรายละเอียด ชุดสีส้มของพระสนมดูโดดเด่นและทรงพลัง ตัดกับชุดสีเขียวอ่อนของนางเอกที่ดูอ่อนน้อมถ่อมตน เครื่องประดับศีรษะที่ระยิบระยับสะท้อนฐานะทางสังคมได้ชัดเจน การแต่งกายในลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด ช่วยเล่าเรื่องได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดเลยจริงๆ สวยงามและสมยุคสมัยมาก
ชอบมุมกล้องที่จับสีหน้าของฮ่องเต้ตอนได้ยินคำพูดของพระสนม สายตาที่เปลี่ยนจากเรียบเฉยเป็นสนใจเล็กน้อย บ่งบอกว่าพระองค์อาจมีแผนการบางอย่างซ่อนอยู่ การแสดงออกทางสีหน้าของนักแสดงนำชายในเรื่องลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด มีเสน่ห์และลึกลับน่าค้นหา ทำให้คนดูอยากติดตามต่อทันทีว่าพระองค์จะตัดสินใจอย่างไร
ฉากนี้แสดงให้เห็นว่าในวังหลวง คำพูดเพียงประโยคเดียวอาจเปลี่ยนชะตาชีวิตคนได้ พระสนมใช้วาจาอย่างมีชั้นเชิงในการกดดันนางเอก ในขณะที่นางเอกเลือกที่จะนิ่งสงบเพื่อเอาตัวรอด ความขัดแย้งทางคำพูดในลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในห้องโถงนั้นจริงๆ ดราม่าเข้มข้นมาก
ฉากหลังของห้องโถงวังหลวงตกแต่งได้หรูหราและสมจริงมาก เฟอร์นิเจอร์ไม้แกะสลัก พรมลายดอกไม้ และโคมไฟทองเหลือง สร้างบรรยากาศยุคโบราณได้สมบูรณ์แบบ แสงสว่างที่ส่องผ่านหน้าต่างทำให้เห็นรายละเอียดของฉากได้ชัดเจน การสร้างฉากในลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด คุ้มค่ากับการรับชมจริงๆ
สีหน้าของนางเอกตอนคุกเข่าแสดงออกถึงความกังวลแต่ยังคงความสง่างามไว้ได้ ดวงตาที่มองต่ำแต่แววตายังมุ่งมั่น บ่งบอกว่าเธอไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้ง่ายๆ การแสดงของนางเอกในเรื่องลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด ทำให้คนดูเอาใจช่วยและอยากเห็นเธอกลับมาทวงคืนความยุติธรรมในเร็วๆ นี้