จุดเปลี่ยนสำคัญในลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด อยู่ที่ฉากเปิดห่อผ้าสีม่วงนี่แหละ จากที่นางเอกดูนิ่งๆ เหมือนไม่สนใจโลก พอเห็นคราบเลือดเท่านั้นแหละ สีหน้าเปลี่ยนทันที ความตกใจผสมความกลัวที่พยายามจะเก็บไว้ แต่ดวงตาก็บอกหมดแล้วว่าเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้ว บ่าวสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ดูตื่นตระหนกไม่แพ้กัน ฉากนี้ทำให้รู้ว่าในวังแห่งนี้ ความปลอดภัยไม่มีอยู่จริง แค่ห่อผ้าชิ้นเดียวก็ทำให้ทุกอย่างพังทลายได้
ดูแล้วรู้สึกว่าตัวละครในลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด ต้องเก่งมากๆ โดยเฉพาะนางเอกที่ต้องรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดฝันตลอดเวลา ตอนแรกก็นั่งอ่านหนังสือชิลๆ อยู่ดีๆ ก็มีเรื่องเลือดๆ เข้ามาให้เห็น การที่เธอพยายามคุมสติไม่ให้ออกอาการมากเกินไป แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งภายใน แต่พอเห็นปฏิกิริยาตอนท้ายที่เริ่มตั้งรับไม่ถูก ก็ทำให้รู้ว่าเธอก็เป็นมนุษย์ธรรมดาที่มีความกลัวเหมือนกัน ฉากนี้ดึงอารมณ์คนดูได้ดีมาก
ฉากเปิดห่อผ้าในลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของพายุเลยก็ว่าได้ ผ้าสีขาวที่เปื้อนไปด้วยเลือดสีแดงฉาน ตัดกับชุดสีทองของนางเอกอย่างชัดเจน มันสื่อถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา ชายชุดน้ำเงินที่พยายามจะเข้ามาเตือนแต่ก็สายเกินไป บ่าวสาวที่ยืนมองด้วยความตกใจ ทุกอย่างรวมกันเป็นฉากที่เต็มไปด้วยความดราม่าและปริศนา ทำให้คนดูอยากรู้ต่อทันทีว่าเลือดนี้ของใคร และใครเป็นคนทำ
ต้องชมการแสดงของนักแสดงในลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด เลย โดยเฉพาะตอนที่ต้องแสดงอารมณ์ผ่านสายตา นางเอกเปลี่ยนจากสีหน้าเรียบเฉย เป็นตกใจ แล้วพยายามข่มอารมณ์ไว้ได้เนียนมาก ชายชุดน้ำเงินที่แสดงความเป็นห่วงแต่ทำอะไรไม่ได้ก็ทำออกมาได้ดีเช่นกัน ฉากนี้แทบไม่มีบทพูด แต่สื่อสารออกมาทางสีหน้าและภาษากายได้ชัดเจนมาก ทำให้คนดูรู้สึกอินไปกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆ เป็นงานแสดงที่ละเอียดอ่อนและทรงพลัง
ดูฉากนี้ในลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด แล้วรู้สึกว่าวังหลวงในเรื่องนี้ไม่น่าอยู่เลย แค่ห่อผ้าชิ้นเดียวก็มีเลือดเปื้อนมาให้เห็นได้ แสดงว่าอันตรายสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา นางเอกที่นั่งอยู่อย่างสงบก็ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้เข้าจนได้ บรรยากาศที่ดูหรูหราแต่เต็มไปด้วยความน่ากลัว ทำให้คนดูรู้สึกหวาดเสียวแทนตัวละคร ฉากนี้ทำให้รู้ว่าในเรื่องนี้ไม่มีใครปลอดภัยจริงๆ แม้แต่คนที่มีสถานะสูงส่งก็ตาม