ชอบโมเมนต์ที่ตัวละครไม่พูดอะไรแต่สายตาบอกทุกอย่าง การแสดงสีหน้าของชายชุดเกราะที่ดูสับสนปนเจ็บปวดตัดกับสีหน้าเรียบเฉยของอีกฝ่าย สร้างความสงสัยให้คนดูอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างพวกเขา เรื่องราวใน ลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด ดูจะมีความดราม่าซ่อนอยู่ลึกๆ
ตอนที่ภาพตัดกลับมาเป็นฉากในวังที่ดูสว่างไสวแต่กลับมีความเศร้าจับใจ การที่ตัวละครชายเดินจากไปโดยที่หญิงสาวได้แต่ยืนมองตาม ช่างเป็นภาพที่สะเทือนใจมาก ดูเหมือนจะเป็นปมสำคัญใน ลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด ที่ทำให้ตัวละครต้องมาเผชิญหน้ากันแบบนี้
ต้องชมทีมคอสตูมจริงๆ ชุดเกราะที่มีลวดลายสลักละเอียดและชุดขุนนางที่ดูหรูหราช่วยเสริมบารมีตัวละครได้มาก การที่ตัวละครใน ลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด ใส่ชุดที่ดูมีฐานะและอำนาจ ทำให้เรารู้สึกถึงชนชั้นและความแตกต่างที่อาจเป็นต้นเหตุของปัญหา
การถ่ายทำที่ใช้มุมต่ำเชิดตัวละครบนหลังม้าทำให้ดูยิ่งใหญ่และน่าเกรงขาม สลับกับภาพระยะใกล้ที่จับอารมณ์สีหน้าได้ชัดเจนมาก เทคนิคการเล่าภาพใน ลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด ทำออกมาได้ดูเป็นภาพยนตร์มาก ไม่ใช่แค่ละครทั่วไป ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนอยู่ในเหตุการณ์
ไม่รู้ว่าสองคนนี้คือพ่อลูก ครูศิษย์ หรือศัตรูกันแน่ แต่เคมีระหว่างพวกเขามันดูมีความผูกพันบางอย่างที่ตัดไม่ขาด การที่อีกฝ่ายดูจะรู้ความลับบางอย่างแต่ไม่พูดออกมา ทำให้พล็อตเรื่องใน ลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด น่าติดตามมาก อยากรู้ตอนต่อไปทันที