ต้องยอมรับว่างานภาพในเรื่องนี้สวยมาก โดยเฉพาะชุดสีแดงของนางเอกที่ตัดกับฉากห้องนอนโบราณได้อย่างลงตัว แต่ความสวยนั้นกลับซ่อนความน่ากลัวไว้ เมื่อเธอหยิบตุ๊กตาขึ้นมาทำพิธีบางอย่าง บรรยากาศเปลี่ยนทันที รู้สึกเหมือนกำลังดูหนังสยองขวัญดีๆ สักเรื่องในลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด ที่ทำให้เราลุ้นไปกับชะตากรรมของตัวละครทุกวินาที
ใครจะคิดว่าตุ๊กตาผ้าขาวตัวเล็กๆ จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวใหญ่โตขนาดนี้ การที่นางเอกในชุดแดงแอบซ่อนตุ๊กตาไว้ใต้เบาะเก้าอี้ แล้วทำท่าทางเหมือนกำลังสาปแช่งใครบางคน ช่างสร้างความสงสัยให้คนดูอย่างเราสุดๆ อยากจะรู้จริงๆ ว่าเธอแค้นใคร และทำไมถึงต้องทำแบบนี้ ในลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด เรื่องราวคงจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ แน่นอน
นักแสดงนำในเรื่องนี้เก่งมาก โดยเฉพาะตอนที่เธอถือตุ๊กตาแล้วพูดอะไรบางอย่างกับสาวใช้ สายตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความเย็นชา ทำให้เรารู้สึกได้ว่าตัวละครนี้มีปมในอดีตที่เจ็บปวด การแสดงที่ละเอียดขนาดนี้หาได้ยากในละครสั้นทั่วไป ทำให้ลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด กลายเป็นเรื่องที่คนดูต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ฉากหลังในเรื่องนี้ทำออกมาได้ดีมาก ทั้งเฟอร์นิเจอร์ไม้แกะสลัก ผ้าม่านลายโบราณ และแสงเทียนที่ส่องสลัวๆ ทำให้เรารู้สึกเหมือนย้อนกลับไปอยู่ในยุคโบราณจริงๆ เมื่อรวมกับการกระทำของนางเอกที่แอบทำพิธีกับตุ๊กตา ยิ่งทำให้บรรยากาศดูขลังและน่ากลัวเข้าไปใหญ่ ในลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด ทุกฉากดูเหมือนจะมีความหมายซ่อนอยู่
สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจที่สุดคือสีหน้าของนางเอก ที่บางครั้งก็ยิ้มอย่างอ่อนโยน แต่บางครั้งก็เย็นชาจนน่ากลัว โดยเฉพาะตอนที่เธอถือตุ๊กตาแล้วมองไปที่สาวใช้ เหมือนกำลังวางแผนอะไรบางอย่าง คนดูอย่างเราทำได้แค่เดาว่าเธอต้องการอะไรกันแน่ ในลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด ความลับเหล่านี้คงจะถูกเปิดเผยในไม่ช้า