บรรยากาศในเรื่อง ลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด อัดแน่นไปด้วยความกดดันมากค่ะ แค่ฮ่องเต้ลุกขึ้นยืนทุกคนก็ก้มหน้าหมดแล้ว แต่ที่น่าสนใจคือปฏิกิริยาของขุนนางชุดน้ำเงินที่ดูจะรู้เห็นเป็นใจอะไรบางอย่างกับฮ่องเต้ ฉากนี้ไม่ต้องใช้คำพูดเยอะก็สื่ออารมณ์ได้ชัดเจนมาก คนแต่งบทเก่งจริงๆ ที่ใช้ภาษากายบอกเล่าเรื่องราวความขัดแย้งในวังได้ดีขนาดนี้
เห็นนางในชุดแดงร้องไห้แล้วใจสลายเลยค่ะ เธอพยายามอธิบายอะไรบางอย่างแต่ดูเหมือนไม่มีใครฟังเลย ฮ่องเต้ก็ดูเย็นชาเกินไปหรือเปล่าเนี่ย ฉากนี้ใน ลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด ทำให้เห็นชัดเจนเลยว่าชีวิตในวังมันโหดร้ายแค่ไหน คนที่มีอำนาจตัดสินใจแค่คำเดียวก็เปลี่ยนชีวิตคนอื่นได้ทันที อยากให้เธอสู้กลับบ้างจัง อย่าได้ยอมแพ้ง่ายๆ แบบนี้เลย
ชอบมุมกล้องที่จับภาพสายตาของนางเอกชุดฟ้ามากค่ะ เธอไม่ได้พูดอะไรเลยแต่สายตาเธอสื่ออารมณ์ได้หมดจด ทั้งความน้อยใจ ความกังวล และความหวังเล็กๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่ การแสดงใน ลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด เรื่องนี้ละเอียดอ่อนมาก แค่ขยับคิ้วหรือกระพริบตาก็ทำให้เราเดาใจตัวละครได้แล้ว คนดูอย่างเราต้องคอยจับจ้องหน้าเธอตลอดทั้งฉากเลย
แม้จะนั่งอยู่บนบัลลังก์สูงแต่ทำไมฮ่องเต้ดูโดดเดี่ยวจังค่ะ ใน ลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด ฉากนี้แสดงให้เห็นว่าอำนาจไม่ได้นำมาซึ่งความสุขเสมอไป พระองค์ต้องตัดสินใจเรื่องยากๆ โดยไม่มีใครเข้าใจจริงๆ หรือเปล่า การที่พระองค์โยนตุ๊กตาทิ้งอาจจะเป็นการพยายามตัดใจจากความรู้สึกส่วนตัวเพื่อหน้าที่ก็ได้ แต่ดูแล้วมันช่างน่าเห็นใจพระองค์จริงๆ ค่ะ
ต้องขอชมชุดในเรื่อง ลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด เลยค่ะ โดยเฉพาะชุดสีแดงของนางรองที่ปักลายทองวิจิตรมาก ตัดกับชุดฟ้าเรียบๆ ของนางเอกได้ลงตัวสุดๆ เครื่องประดับผมแต่ละชิ้นก็ดูมีมูลค่าและบอกสถานะตัวละครได้ชัดเจน ฉากในห้องโถงที่ทุกคนแต่งตัวเต็มยศยิ่งทำให้ดูอลังการงานสร้างมาก ดูแล้วเพลินตาสุดๆ ไปเลยค่ะ