ชอบบรรยากาศในเรื่อง ลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด มาก โดยเฉพาะฉากที่ทุกคนเงียบกริบรอคำตอบจากท่านผู้นำเผ่า ความตึงเครียดมันพุ่งทะลุจอออกมาเลย เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายสวยงามอลังการมาก ฉากหลังก็ดูสมจริงเหมือนย้อนยุคไปจริงๆ การแสดงของนักแสดงนำแต่ละคนมีเสน่ห์และดึงดูดให้ติดตามต่อจนจบ
ฉากนี้ใน ลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด แสดงให้เห็นว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ ก็สามารถท้าทายอำนาจใหญ่ได้ นางเอกยืนหยัดด้วยดวงตาที่มุ่งมั่น แม้จะรู้ว่ามีโอกาสพลาดพลั้งสูงมาก แต่เธอก็เลือกที่จะเดิมพันเพื่อคนที่รัก ฉากที่เธอเช็ดเลือดแล้วส่งต่อให้ท่านผู้นำเผ่า เป็นภาพที่ตราตรึงใจและแสดงถึงความเด็ดเดี่ยวอย่างแท้จริง
ไม่ต้องใช้คำพูดเยอะ แค่สายตาระหว่างพระเอกกับนางเอกใน ลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด ก็สื่อสารความรู้สึกได้หมดแล้ว พระเอกนั่งอยู่บนบัลลังก์แต่สายตาไม่ละจากเธอเลยแม้แต่วินาทีเดียว ส่วนนางเอกก็มุ่งมั่นที่จะพิสูจน์ความจริง ฉากดราม่าแบบนี้ดูแล้วอินมาก อยากให้พวกเขารอดพ้นจากวิกฤตนี้ไปได้ด้วยกัน
เรื่อง ลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด ไม่ได้มีแค่ความรักหวานซึ้ง แต่ยังแฝงไปด้วยเกมการเมืองในราชสำนัก ฉากที่นางเอกต้องเผชิญหน้ากับท่านผู้นำเผ่าโดยมีพระเอกคอยสนับสนุนอยู่ห่างๆ มันทำให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำพูด ผ้าเช็ดหน้าเปื้อนเลือดคือสัญลักษณ์ของการเสียสละเพื่อความรักที่แท้จริง
ต้องยอมรับว่างานภาพใน ลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด สวยงามมาก ทุกเฟรมเหมือนภาพวาด โดยเฉพาะชุดของนางเอกที่ดูสง่างามแม้ในยามวิกฤต ฉากที่เธอถือผ้าเช็ดหน้าเปื้อนเลือดแล้วเดินเข้าไปหาท่านผู้นำเผ่า มันทั้งน่ากลัวและน่าชื่นชมในเวลาเดียวกัน ดนตรีประกอบก็ช่วยขับเน้นอารมณ์ได้เป็นอย่างดี