นอกจากตัวเอกแล้ว บทบาทของข้ารับใช้ในเรื่องลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด ก็ทำออกมาได้น่าสนใจมาก โดยเฉพาะสาวใช้ชุดเขียวที่ดูจะรู้เห็นเรื่องราวบางอย่างแต่ไม่กล้าพูดออกมาสีหน้าที่กังวลเวลาส่งหนังสือให้นายหญิง บอกใบ้ว่าอาจมีแผนการลับที่กำลังเกิดขึ้น การมีตัวละครประกอบที่มีมิติแบบนี้ทำให้เรื่องดูสมจริงขึ้นมาก
ดูแล้วรู้สึกว่าฉากเหล่านี้ในลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของพายุใหญ่ที่กำลังจะมาถึง การที่ตัวละครต่างๆ ดูมีความกังวลและระแวงกันเอง บ่งบอกว่าความสงบที่เห็นเป็นเพียงภาพลวงตา ฉากการคุกเข่าและการส่งต่อกันของเอกสารสำคัญ ชวนให้สงสัยว่าจริงๆ แล้วเกิดเรื่องร้ายแรงอะไรขึ้นกันแน่ อยากรู้ตอนต่อไปมาก
ชอบฉากที่นางเอกนั่งอ่านหนังสือแล้วมีข้ารับใช้คอยปรนนิบัติมาก ในลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด ฉากนี้สื่อถึงความกดดันที่เธอต้องแบกรับได้ดีมาก สายตาที่เหม่อลอยและการจับปากกาที่สั่นเล็กน้อย บ่งบอกว่าเธอไม่ได้สบายใจเลยแม้แต่น้อย การแสดงออกทางสีหน้าที่ละเอียดอ่อนทำให้เรารู้สึกเห็นใจตัวละครนี้ทันทีที่เห็น
ต้องยอมรับว่าเครื่องแต่งกายในเรื่องลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด งดงามมาก โดยเฉพาะชุดสีขาวทองของนางเอกที่ดูหรูหราแต่แฝงความเย็นชา ตัดกับชุดสีชมพูของอีกฝ่ายที่ดูอ่อนโยนกว่า แต่เรื่องราวกลับซับซ้อนกว่าที่ตาเห็น การแต่งกายที่วิจิตรบรรจงช่วยเสริมบรรยากาศของยุคสมัยได้เป็นอย่างดี ทำให้เราหลุดเข้าไปในโลกของตัวละครได้ง่ายขึ้น
สิ่งที่ชอบที่สุดในลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด คือการเล่นกับสายตาของตัวละคร นางเอกมักจะมองไปทางอื่นเวลาที่มีคนคุยด้วย เหมือนกำลังคิดแผนการอะไรบางอย่างอยู่ในหัว ส่วนชายชุดน้ำเงินที่ยืนข้างหลังก็ดูมีพิรุธ การสื่อสารผ่านภาษากายแบบนี้ทำให้เรื่องน่าติดตามมาก ไม่ต้องใช้คำพูดเยอะก็สื่ออารมณ์ได้ครบถ้วน