การแสดงสีหน้าของนางเอกในเรื่องลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด นั้นยอดเยี่ยมมาก โดยเฉพาะตอนที่ต้องเผชิญหน้ากับชายชุดดำ สายตาที่เปลี่ยนจากเศร้าเป็นมุ่งมั่น บวกกับฉากหลังที่เป็นห้องนอนโบราณประดับเทียน ยิ่งขับเน้นอารมณ์ดราม่าได้เป็นอย่างดี ดูแล้วรู้สึกเหมือนกำลังแกะปริศนาฆาตกรรมในวังไปด้วยกันจริงๆ
ฉากที่ชายชุดทองนั่งอยู่บนเตียงกับหญิงชุดขาวในลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด ช่างเต็มไปด้วยความอึดอัดและนัยยะซ่อนเร้น รอยยิ้มจางๆ ของชายชุดทองตัดกับความกังวลของหญิงสาว ทำให้คนดูต้องเดาว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองเป็นอย่างไรกันแน่ การวางตัวละครให้ยืนห่างกันแต่สายตาเชื่อมต่อกัน ช่างเป็นงานกำกับที่ละเอียดอ่อนมาก
ต้องชื่นชมทีมสร้างในลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด ที่เนรมิตบรรยากาศวังหลวงออกมาได้สมจริงและอึมครึม แสงเทียนที่ริบหรี่ตัดกับความมืดของห้อง ทำให้ทุกการเคลื่อนไหวของตัวละครดูมีความหมาย ชายชุดดำที่ถือไม้ปัดฝุ่นดูไม่ใช่แค่คนรับใช้ธรรมดา แต่เหมือนมีอำนาจบางอย่างซ่อนอยู่ ฉากนี้ดูแล้วขนลุกซู่เลย
แค่ฉากเดียวในลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด ก็เห็นเกมจิตวิทยาชัดๆ ระหว่างนางเอกกับชายชุดดำ การที่นางเอกนั่งนิ่งแต่สายตาจ้องเขม็ง ส่วนชายชุดดำพยายามทำท่าทางข่มขู่แต่กลับโดนสวนกลับด้วยรอยยิ้มเยาะ มันคือสงครามประสาทชัดๆ คนดูอย่างเราๆ ได้แต่นั่งลุ้นว่าใครจะแตกหักก่อนกัน
รายละเอียดเครื่องแต่งกายในลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด ละเอียดมาก โดยเฉพาะปิ่นปักผมของนางเอกที่วิจิตรบรรจง ตัดกับชุดสีเรียบๆ ของหญิงรับใช้ด้านหลัง สะท้อนลำดับชั้นในวังได้ชัดเจนโดยไม่ต้องพูดแม้แต่คำเดียว ฉากที่ชายชุดทองสวมมงกุฎทองก็ดูทรงพลังแต่แฝงความอ่อนล้า ช่างเป็นงานศิลปะที่เคลื่อนไหวได้จริงๆ