ต้องชื่นชมทีมเครื่องแต่งกายที่ใส่ใจทุกรายละเอียด ตั้งแต่ลวดลายมังกรบนฉลองพระองค์ไปจนถึงปิ่นปักผมทองขององค์ชาย สีเหลืองของร่มเข้ากับชุดได้อย่างลงตัว ฉากในลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด เรื่องนี้ทำให้เห็นถึงความประณีตของงานสร้างยุคโบราณ ทุกเฟรมเหมือนภาพวาดที่มีชีวิต ชวนให้หลงใหลในวัฒนธรรมจีนโบราณจริงๆ
ชอบวิธีที่ผู้กำกับใช้การซูมเข้าที่ใบหน้าขององค์ชายเพื่อสื่ออารมณ์ ความเปลี่ยนแปลงในดวงตาจากสงบเป็นกังวลแล้วกลับมาเย็นชาอีกครั้ง แสดงถึงความคิดที่ซับซ้อนภายในใจ ในลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด ฉากนี้ไม่ต้องใช้บทพูดเยอะแต่คนดูเข้าใจความรู้สึกของตัวละครได้ทันที เป็นเทคนิคการเล่าเรื่องที่ทรงพลังมาก
ฉากหลังที่เป็นสถาปัตยกรรมจีนโบราณดูอลังการมาก เสียงก้าวเท้าบนพื้นหินและเสียงลมพัดเบาๆ ช่วยสร้างบรรยากาศให้สมจริงยิ่งขึ้น การที่องค์ชายเดินผ่านประตูวังที่มีนางกำนัลคอยต้อนรับทำให้เห็นถึงอำนาจและบารมี ในเรื่องลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด ฉากแบบนี้ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลาไปในยุคโบราณจริงๆ
ฉากที่ข้ารับใช้ถือร่มให้องค์ชายแล้วมองด้วยสายตาเป็นห่วง แสดงถึงความสัมพันธ์ที่มากกว่าเจ้านายกับลูกน้องธรรมดา การที่องค์ชายไม่หันกลับมามองแต่รู้ว่ามีคนคอยดูแลอยู่เบื้องหลัง เป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่ทำให้เรื่องลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด ดูมีมิติและน่าติดตามมากขึ้น ความสัมพันธ์แบบนี้แหละที่ทำให้คนดูเอาใจช่วยตัวละคร
แม้ฉากนี้จะไม่มีแอคชั่นแต่กลับดึงดูดความสนใจได้ตลอด เพราะผู้กำกับใช้จังหวะช้าๆ ให้คนดูได้ซึมซับบรรยากาศและความรู้สึกของตัวละคร ทุกการเคลื่อนไหวขององค์ชายมีความหมายในตัวเอง ในลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด การเล่าเรื่องแบบนี้ทำให้คนดูต้องตั้งใจดูทุกเฟรม ไม่กล้ากระพริบตาเพราะกลัวพลาดรายละเอียดสำคัญ