ต้องขอชมทีมคอสตูมจริงๆ เพราะชุดของพระนางและฮ่องเต้สวยตะลึงมาก ลวดลายปักทองบนผ้าไหมสีแดงตัดกับชุดสีฟ้าอ่อนของนางรองได้อย่างลงตัว เครื่องประดับผมก็ละเอียดอ่อนมาก ดูแล้วรู้เลยว่างบประมาณเรื่องนี้ไม่ธรรมดา การแต่งกายช่วยบอกสถานะและบุคลิกของตัวละครได้ชัดเจนมาก ในลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด การใส่ใจรายละเอียดแบบนี้ทำให้คนดูอินกับยุคสมัยได้ง่ายขึ้น
แค่ฉากเปิดมาก็รู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากลแล้ว สายตาของขันทีที่มองมาทางพระนางดูมีเลศนัยบางอย่างซ่อนอยู่ ในขณะที่พระนางพยายามทำท่าทางสงบเสงี่ยมแต่แววตากลับมีความกังวลลึกๆ ฮ่องเต้เองก็นั่งนิ่งแต่ดูเหมือนกำลังจับผิดอะไรบางอย่าง บรรยากาศแบบนี้แหละที่ทำให้คนดูอย่างเราต้องลุ้นว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น เรื่องลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด เล่นกับจิตวิทยาตัวละครได้ดีมาก
ชอบการแสดงของนักแสดงนำมาก โดยเฉพาะตอนที่ต้องแสดงอารมณ์เก็บกด สีหน้าของพระนางตอนก้มหน้าลงดูมีความเจ็บปวดแต่ต้องอดทน ส่วนฮ่องเต้ก็แสดงความเป็นผู้นำที่เย็นชาแต่แฝงความห่วงใยไว้ลึกๆ การสื่อสารผ่านสายตาทำได้ดีมาก ไม่ต้องใช้คำพูดเยอะก็สื่ออารมณ์ได้ครบถ้วน ในลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด การแสดงแบบนี้ทำให้ตัวละครดูมีมิติและน่าค้นหาขึ้นมาก
ผู้กำกับใช้มุมกล้องได้ฉลาดมาก ตอนแรกใช้มุมกว้างให้เห็นบรรยากาศห้องโถงทั้งหมด แล้วค่อยๆ ซูมเข้ามาที่ใบหน้าของตัวละครทีละคน เพื่อเน้นอารมณ์ของแต่ละคนในสถานการณ์นั้นๆ การใช้แสงเงาก็ช่วยสร้างมิติให้กับฉากได้ดีมาก ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนอยู่ในเหตุการณ์จริงๆ ในลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด เทคนิคการถ่ายทำแบบนี้ช่วยยกระดับคุณภาพของซีรีส์ให้ดูพรีเมียมขึ้น
ตัวละครขันทีในเรื่องนี้ดูมีบทบาทสำคัญมาก ไม่ใช่แค่ตัวประกอบธรรมดา สายตาและการเคลื่อนไหวของเขาบ่งบอกว่าเขารู้ความลับบางอย่างที่คนอื่นไม่รู้ การที่เขาถือพัดขนนกสีขาวดูเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจบางอย่างในวัง การแสดงออกของเขาทำให้คนดูรู้สึกหวาดระแวงไปด้วย ในลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด ตัวละครแบบนี้แหละที่ทำให้เนื้อเรื่องน่าสนใจและคาดเดาได้ยาก