ต้องชื่นชมทีมคอสตูมที่ใส่ใจในรายละเอียด ชุดสีแดงทองของนางเอกกับเครื่องประดับผมที่ระยิบระยับตัดกับชุดสีฟ้าของสาวใช้ได้อย่างลงตัว ความงามแบบจีนโบราณถูกถ่ายทอดออกมาได้ครบถ้วน ในเรื่องลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด การแต่งกายไม่ใช่แค่ความสวยงามแต่ยังบอกสถานะทางสังคมได้ชัดเจน ฉากที่นางเอกยืนกอดอกแสดงออกถึงความมั่นใจและอำนาจอย่างแท้จริง
ฉากที่ชายชุดขาวขี่ม้าผ่านป่าด้วยความเร็วสูงถ่ายทำได้ตื่นเต้นมาก ม้าวิ่งผ่านหมอกและแสงแดดที่ลอดผ่านต้นไม้สร้างภาพที่สวยงามราวกับภาพวาด การควบคุมม้าและการยิงธนูขณะขี่แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญของตัวละคร ฉากนี้ในลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด ทำให้เห็นถึงความเป็นนักรบที่แท้จริง ไม่ใช่แค่ขุนนางที่นั่งอยู่บนหลังม้าเท่านั้น
สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ดึงดูดใจคือการสื่อสารผ่านสายตา โดยเฉพาะฉากที่ชายชุดขาวหันมามองชายชุดเขียวแล้วพูดอะไรบางอย่าง สายตานั้นเต็มไปด้วยความหมายที่ซับซ้อน อาจเป็นการเตือนภัยหรือการท้าทายก็ได้ ในลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด ทุกการเคลื่อนไหวของตัวละครล้วนมีความหมายซ่อนอยู่ ทำให้คนดูต้องคอยจับตามองทุกเฟรมอย่างตั้งใจ
การถ่ายทำในป่าจริงทำให้ได้บรรยากาศที่ธรรมชาติสุดๆ แสงแดดที่ลอดผ่านใบไม้และเงาที่ทอดยาวบนพื้นดินสร้างความลึกให้กับฉากได้อย่างยอดเยี่ยม ควันจางๆ ที่ลอยอยู่ในอากาศเพิ่มมิติของความลึกลับให้กับเรื่องลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด ได้อย่างลงตัว ฉากที่ตัวละครเดินผ่านป่าทำให้รู้สึกเหมือนเราเดินไปด้วยจริงๆ
จากฉากที่เห็นชัดเจนว่ามีความตึงเครียดระหว่างกลุ่มตัวละคร ชายชุดขาวที่ถือธนูดูเหมือนจะพร้อมจะยิงใส่เป้าหมายใดเป้าหมายหนึ่ง ในขณะที่หญิงชุดแดงยืนมองด้วยความกังวล ฉากนี้ในลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด ทำให้คนดูรู้สึกตื่นเต้นและอยากรู้ว่าใครจะเป็นเป้าหมายจริงๆ การสร้างสถานการณ์แบบนี้ทำให้เรื่องน่าติดตามมาก