จุดเปลี่ยนสำคัญในลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด คือตอนที่นางเอกพบผ้าเช็ดหน้าที่มีรอยเลือดและตัวอักษรปริศนา มันเหมือนเป็นเบาะแสที่ชี้ว่าความตายนี้ไม่ใช่เรื่องธรรมดา การที่เธอเปลี่ยนจากคนร้องไห้โฮมาเป็นนิ่งสงบพร้อมถือกล่องไม้ แสดงให้เห็นว่าเธอเริ่มตั้งสติเพื่อหาความจริง ฉากนี้ทำให้เราตื่นเต้นว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอ
ตัวละครหญิงในชุดฟ้าอ่อนที่ยืนมองเหตุการณ์ด้วยสีหน้าเรียบเฉยในลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด สร้างความสงสัยให้คนดูไม่น้อยว่าเธอเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างไร ท่าทางที่ดูเย็นชาตัดกับบรรยากาศโศกเศร้ารอบข้าง ทำให้เรารู้สึกว่าเธออาจมีบทบาทสำคัญในภายหลัง หรืออาจเป็นผู้ต้องสงสัยที่ทำให้เกิดเรื่องร้ายนี้ขึ้น การแสดงที่ดูนิ่งแต่มีเลศนัยทำให้ตัวละครนี้น่าสนใจมาก
ฉากที่นางเอกยื่นกล่องไม้ให้ชายชุดน้ำเงินในลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด เป็นช่วงที่สร้างความตื่นเต้นได้มาก เราเดาว่าในกล่องนั้นต้องมีของสำคัญที่เกี่ยวข้องกับปมเรื่องแน่ๆ สีหน้าของชายคนนั้นที่เปลี่ยนไปเมื่อเห็นของข้างใน ยิ่งยืนยันว่านี่คือกุญแจสำคัญ การดำเนินเรื่องที่ค่อยๆ เผยเบาะแสแบบนี้ทำให้เราอยากกดดูตอนต่อไปทันที ไม่อยากพลาดความลับที่ถูกเปิดเผย
ต้องชื่นชมทีมสร้างในลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด ที่ใช้ฉากหิมะตกหนักเพื่อสื่อถึงความหนาวเหน็บในใจตัวละครได้อย่างสมบูรณ์แบบ เม็ดหิมะที่โปรยลงมาบนผมและเสื้อผ้าของนางเอกขณะร้องไห้ ช่วยขับเน้นความโดดเดี่ยวและความทุกข์ทรมานได้เป็นอย่างดี ภาพสวยจนเหมือนภาพวาด แต่เนื้อหาช่างเจ็บปวดจนเราต้องกลั้นน้ำตาตามไปด้วย
สิ่งที่ชอบที่สุดในลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด คือการเห็นพัฒนาการของนางเอก จากผู้หญิงที่ร้องไห้แทบขาดใจเมื่อเห็นศพ กลับลุกขึ้นมาตั้งสติและถือกล่องไม้ด้วยแววตามุ่งมั่น แสดงให้เห็นว่าความโศกเศร้าได้เปลี่ยนเป็นพลังในการต่อสู้ ฉากที่เธอเดินหันหลังให้กล้องท่ามกลางหิมะทิ้งท้ายให้เรารู้สึกว่าเธอพร้อมจะเผชิญหน้ากับความจริงแล้ว ช่างเป็นฉากที่สร้างแรงบันดาลใจ