การออกแบบเครื่องแต่งกายในลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด สะท้อนตัวตนตัวละครได้ชัดเจน ชุดขาวที่ดูเหมือนบริสุทธิ์แต่กลับถูกใช้ในงานศพที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม การที่พระเอกยืนเด่นท่ามกลางฝูงชนที่ก้มหน้า แสดงถึงสถานะและอำนาจที่เขามีเหนือผู้อื่น ในขณะที่นางเอกดูสงบแต่แววตากลับแข็งกร้าว บ่งบอกว่าเธอพร้อมจะต่อสู้เพื่อสิ่งที่ต้องการไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไร
สิ่งที่ชอบที่สุดในลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด คือการแสดงออกทางสีหน้าของนักแสดง โดยเฉพาะฉากที่พระเอกเดินผ่านนางเอก สายตาที่พวกเขามองกันมันบอกเล่าเรื่องราวความขัดแย้งและความรู้สึกที่ซับซ้อนโดยไม่ต้องใช้คำพูดแม้แต่คำเดียว การที่นางเอกก้มหน้าแต่แววตายังคงจับจ้องไปที่พระเอก แสดงถึงความมุ่งมั่นและความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายในใจ
ฉากพิธีกรรมในลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด ถูกจัดวางอย่างประณีตและมีความหมายซ่อนอยู่ทุกรายละเอียด การที่ทุกคนต้องก้มหน้าและโปรยเงินกระดาษไม่ใช่แค่ประเพณี แต่เป็นการแสดงออกถึงการยอมรับในอำนาจและการสูญเสีย การที่พระเอกยืนอยู่ตรงกลางและทุกคนหันหลังให้ แสดงถึงความเป็นศูนย์กลางของอำนาจที่เขาถือครองอยู่ในมือ
สิ่งที่ทำให้ลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด น่าติดตามคือการใช้ความเงียบเพื่อสร้างอารมณ์ แทนที่จะมีเสียงร้องไห้โหยหวน กลับเป็นความเงียบสงัดที่ทำให้รู้สึกอึดอัดและกดดัน การที่ตัวละครไม่แสดงออกทางสีหน้ามากเกินไป แต่ใช้แววตาและท่าทางเล็กๆ น้อยๆ สื่อสาร ทำให้คนดูต้องตั้งใจดูทุกเฟรมเพื่อจับความรู้สึกที่ซ่อนอยู่
การจัดวางตำแหน่งตัวละครในลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด บอกเล่าลำดับชั้นทางสังคมได้ชัดเจน พระเอกที่ยืนอยู่ตรงกลางและมีพื้นที่ว่างรอบตัว แสดงถึงสถานะที่สูงส่งและไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ ในขณะที่นางเอกและคนอื่นๆ ต้องก้มหน้าและอยู่ห่างออกไป แสดงถึงการถูกกดขี่และไม่มีอำนาจต่อรอง การจัดวางแบบนี้ทำให้เห็นภาพความขัดแย้งทางชนชั้นได้โดยไม่ต้องอธิบาย