ดูแล้วอินมากกับเรื่องราวในลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด ฉากที่ขุนนางถูกจับตัวไปนั้นสะท้อนให้เห็นถึงอำนาจอันเด็ดขาดของฮ่องเต้ได้อย่างชัดเจน นางเอกพยายามจะเข้าไปช่วยแต่ก็ถูกห้ามไว้ สีหน้าของเธอที่เต็มไปด้วยความกังวลและความเจ็บปวดทำให้คนดูใจสลายตามไปด้วย การดำเนินเรื่องรวดเร็วแต่ไม่เร่งรีบจนเกินไป ทำให้เราติดตามทุกการเคลื่อนไหวของตัวละครอย่างใจจดใจจ่อ
ต้องยกนิ้วให้ทีมคอสตูมในลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด เลย ชุดฮั่นฝูของตัวละครแต่ละตัวสวยงามและละเอียดอ่อนมาก โดยเฉพาะชุดสีชมพูของนางเอกที่ปักลายดอกไม้สีทองดูหรูหราและเข้ากับบุคลิกของเธอ ส่วนชุดของฮ่องเต้ก็ดูทรงพลังด้วยลายมังกรสีทองบนพื้นครีม ฉากหลังที่เป็นพระราชวังก็ช่วยเสริมบรรยากาศให้ดูยิ่งใหญ่อลังการ การรับชมผ่านแอปพลิเคชันอิ่มตาอิ่มใจมาก
แค่ไม่กี่นาทีแรกของลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด ก็เห็นปมขัดแย้งชัดๆ แล้ว ฮ่องเต้ดูจะโกรธจัดกับบางเรื่องที่ทำให้นางเอกต้องเดือดร้อน ส่วนขุนนางคนนั้นดูเหมือนจะเป็นแพะรับบาปหรือรู้เห็นเป็นใจอะไรบางอย่าง สีหน้าของนางเอกที่เปลี่ยนจากสงบเป็นตกใจและร้องไห้ แสดงให้เห็นว่าเรื่องนี้กระทบใจเธอมาก คนดูอย่างเราเลยอยากรู้ต่อว่าเบื้องหลังความโกรธนี้คืออะไร และนางเอกจะแก้เกมยังไง
ฉากที่นางเอกกรีดร้องและเกือบจะเป็นลมในลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด แสดงออกมาได้สมจริงมาก น้ำตาที่ไหลออกมาไม่ใช่แค่การแสดงแต่ดูเหมือนความเจ็บปวดจริงๆ ส่วนฮ่องเต้ที่แม้จะยืนนิ่งแต่สีหน้าและแววตาสื่ออารมณ์ได้ชัดเจนว่ากำลังต่อสู้กับความรู้สึกภายใน การที่ตัวละครหญิงอีกคนเข้ามาประคองนางเอกก็แสดงให้เห็นถึงมิตรภาพในยามยาก ฉากนี้ทำให้เรารู้สึกสะเทือนใจและเอาใจช่วยตัวละครทุกตัวจริงๆ
การถ่ายทำในลิขิตชะตา นิยายนี้ข้าต้องรอด ทำได้ดีมากในการสร้างบรรยากาศวังหลวงที่ดูขลังและน่าเกรงขาม สถาปัตยกรรมจีนโบราณสีแดงตัดกับสีเขียวของต้นไม้และหลังคา ทำให้ภาพดูสวยงามและมีมิติ เสียงฝีเท้าของทหารที่เดินเรียงแถวก็เพิ่มความตึงเครียดให้กับฉากได้เป็นอย่างดี คนดูรู้สึกเหมือนกำลังแอบมองเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์จริงๆ การรับชมบนแอปพลิเคชันทำให้เห็นรายละเอียดเหล่านี้ได้ชัดเจนมาก