ชอบการแสดงออกทางสีหน้าของตัวละครชายในชุดสูทสีดำมาก เขาไม่ต้องพูดเยอะแต่สายตาที่มองมาที่นางเอกมันบอกเล่าเรื่องราวมากมาย ทั้งความโกรธ ความผิดหวัง และความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ ฉากที่เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาคุยแล้วสีหน้าเปลี่ยนไปทันที บ่งบอกว่ามีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้น เรื่องราวใน อยากพาเธอกลับบ้าน ดูจะซับซ้อนกว่าแค่เรื่องความรักสามเส้าธรรมดา มันมีปมบางอย่างที่รอการเปิดเผย
ตัวละครหญิงในชุดดำดูมีอำนาจและน่าเกรงขามมาก ท่าทางที่ยืนกอดอกและมองด้วยสายตาเย็นชา ทำให้รู้ว่าเธอไม่ใช่ตัวละครธรรมดาที่เข้ามาแค่สร้างปัญหา แต่เธออาจจะเป็นกุญแจสำคัญในการคลี่คลายปมทั้งหมด การปะทะคารมระหว่างเธอกับนางเอกในชุดสีเทาดูเผ็ดร้อนมาก แม้จะไม่มีเสียงแต่ก็สัมผัสได้ถึงความขัดแย้งที่รุนแรง ใน อยากพาเธอกลับบ้าน การสร้างตัวละครหญิงที่มีมิติแบบนี้ทำให้เรื่องน่าติดตามขึ้นเยอะ
ฉากที่ตัดมาที่ร้านขายเครื่องประดับแล้วมีกลุ่มผู้ชายในชุดสูทเดินเข้ามา มันเปลี่ยนบรรยากาศจากดราม่าส่วนตัวกลายเป็นเรื่องธุรกิจหรืออำนาจทันที ชายหนุ่มใส่แว่นดูมีมาดผู้ดีและน่าเกรงขามมาก การที่เขาเดินนำหน้าคนอื่นบ่งบอกถึงสถานะที่สูงส่ง การเชื่อมโยงฉากนี้กับปัญหาของนางเอกทำให้เราสงสัยว่าเขามาเพื่อช่วยหรือมาเพื่อซ้ำเติม เรื่อง อยากพาเธอกลับบ้าน เล่นกับการเปลี่ยนฉากได้เนียนมาก
เห็นแววตาของนางเอกแล้วใจหายมาก มันคือความน้อยใจและความเจ็บปวดที่อัดอั้นมานาน การที่เธอพยายามจะอธิบายแต่กลับถูกตัดบทหรือถูกมองข้าม มันสะท้อนถึงความไร้พลังของผู้ที่ถูกกระทำได้ดีมาก ฉากที่เธอหันหลังแล้วน้ำตาไหลมันทำเอาคนดูอย่างเราจุกในอกเลย อยากให้เธอเข้มแข็งและสู้ต่อไป ใน อยากพาเธอกลับบ้าน ฉากดราม่าแบบนี้ทำออกมาได้กินใจมาก ดูแล้วอินจนน้ำตาซึม
ตัวละครหญิงวัยกลางคนที่ใส่เสื้อสีเทาทำท่าทางดีใจและหัวเราะออกมาตอนท้ายฉาก มันช่างขัดแย้งกับบรรยากาศก่อนหน้านี้มาก การที่เธอแสดงออกแบบนี้ในขณะที่ลูกสาวหรือคนใกล้ชิดกำลังมีปัญหา มันทำให้เราสงสัยว่าเธอรู้เห็นเป็นใจด้วยหรือเปล่า หรือเธอมีแผนการบางอย่างซ่อนอยู่ ความลับของครอบครัวในเรื่อง อยากพาเธอกลับบ้าน ดูจะลึกซึ้งกว่าที่คิดไว้เยอะ การแสดงของนักแสดงคนนี้ดูมีเลเยอร์น่าสนใจมาก