พระเอกใน อยากพาเธอกลับบ้าน มาในจังหวะที่สมบูรณ์แบบที่สุด ตอนแรกที่เห็นเขามาแบบยิ้มๆ นึกว่าจะมาเล่นๆ แต่พอเห็นปฏิกิริยาของคนร้ายที่เปลี่ยนไปทันทีที่เห็นเขา ก็รู้ว่าคนนี้ไม่ธรรมดา ฉากที่เขายืนปกป้องนางเอกแล้วพูดจาอย่างมีอำนาจ บวกกับรอยยิ้มที่ดูมั่นใจ ทำให้คนดูรู้สึกปลอดภัยไปกับนางเอกจริงๆ เป็นตัวละครที่สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นฮีโร่ในใจคนดูอย่างแท้จริง
สิ่งที่ทำให้ อยากพาเธอกลับบ้าน น่าสนใจคือรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่นรอยแดงที่คอของนางเอกที่บอกเล่าเรื่องราวความรุนแรงที่เกิดขึ้น หรือแววตาของตัวร้ายที่เปลี่ยนไปเมื่อพระเอกมาถึง การแต่งกายของตัวละครก็สื่อถึงสถานะและบุคลิกได้ชัดเจนมาก ฉากในห้องที่ดูหรูหราแต่กลับเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น มันสร้างความขัดแย้งที่น่าสนใจ ทำให้เรื่องนี้มีมิติมากกว่าแค่การทะเลาะกันธรรมดา
ตอนจบของ อยากพาเธอกลับบ้าน ทำออกมาได้สะใจมาก เมื่อนางเอกที่โดนกดขี่มานานได้ลุกขึ้นมาชี้หน้าและพูดความจริงออกมา แม้ว่าจะยังร้องไห้แต่แววตาของเธอเปลี่ยนไปแล้ว การที่พระเอกยืนอยู่ข้างๆ คอยสนับสนุนทำให้เธอมีพลังที่จะต่อสู้ต่อ ฉากนี้ทำให้รู้ว่าความยุติธรรมอาจจะมาช้าแต่ก็ไม่เคยหายไปไหน ดูแล้วรู้สึกโล่งใจและมีความสุขแทนตัวละครจริงๆ เป็นตอนจบที่สมบูรณ์แบบสำหรับเรื่องสั้นเรื่องนี้
อยากพาเธอกลับบ้าน ไม่ใช่แค่เรื่องรักดราม่าธรรมดา แต่สะท้อนปัญหาในสังคมได้ดีมาก เรื่องของการกลั่นแกล้ง การไม่เชื่อใจผู้ถูกกระทำ และการที่คนมีอำนาจมักใช้ความรุนแรงกับคนที่อ่อนแอกว่า แต่เรื่องนี้ก็ให้ข้อคิดดีๆ ว่าอย่าเพิ่งหมดหวัง เพราะสุดท้ายแล้วความดีมักจะชนะเสมอ การที่พระเอกเข้ามาช่วยทันเวลาทำให้เรื่องนี้มีแง่คิดที่ดีและให้กำลังใจคนดูที่อาจกำลังเผชิญปัญหาคล้ายๆ กันอยู่
ตอนแรกนึกว่าเรื่องจะเดินไปทางดราม่าหนักๆ แต่พอพระเอกเข้ามาทุกอย่างก็เปลี่ยนไปทันที ใน อยากพาเธอกลับบ้าน มีการเล่นกับอารมณ์คนดูได้ดีมาก จากฉากที่ตึงเครียดสุดๆ กลับกลายเป็นฉากที่พระเอกเข้ามาแก้สถานการณ์อย่างเท่ๆ การเปลี่ยนอารมณ์ของเรื่องทำได้รวดเร็วและไม่รู้สึกขัดเขิน ทำให้คนดูรู้สึกตื่นเต้นและอยากรู้ตอนต่อไปว่าเธอจะจัดการกับคนพวกนี้อย่างไร