ตอนจบที่ชายชุดเบจยังคงคุกเข่าอยู่ขณะที่อีกสองคนจูบกันคือฉากที่ทิ้งคำถามไว้ในใจคนดูมากมาย ว่าสุดท้ายแล้วใครคือผู้ชนะจริงๆ หรือทุกคนคือผู้แพ้ในความรัก เรื่องราวใน อยากพาเธอกลับบ้าน ไม่ได้ง่ายดายแบบนิยายเด็กดูแล้วต้องคิดตามเยอะมาก คุ้มค่ากับการติดตามทุกตอน
ดูแล้วรู้สึกเหมือนนั่งอยู่บนรถไฟเหาะอารมณ์ ตั้งแต่ฉากตบตีทางคำพูดไปจนถึงฉากจูบที่เต็มไปด้วยความหมายซ่อนเร้น ตัวละครทุกตัวใน อยากพาเธอกลับบ้าน มีมิติและน่าสนใจมาก โดยเฉพาะการแสดงออกทางสีหน้าที่ไม่ต้องพึ่งบทพูดเยอะ ดูในเน็ตชอร์ตแล้วติดใจจนต้องดูซ้ำหลายรอบ
ชอบการแสดงออกทางสีหน้าของตัวละครมาก โดยเฉพาะตอนชายชุดเบจถูกผลักล้มลงแล้วต้องมองดูคนที่ตัวเองรักถูกแย่งไปไปต่อหน้าต่อตา ไม่ต้องมีบทพูดเยอะแต่สื่ออารมณ์ได้ครบถ้วน การดำเนินเรื่องใน อยากพาเธอกลับบ้าน เร็วและกระชับมาก ดูในเน็ตชอร์ตแล้วติดหนึบไม่ยอมวางมือถือเลยจริงๆ
ตัวละครหญิงสาวในชุดสีชมพูดูบอบบางและน่าสงสารมากตอนที่โดนดึงตัวไปจูบ แม้จะดูไม่ขัดขืนแต่แววตากลับว่างเปล่าจนน่าใจหาย ฉากนี้ใน อยากพาเธอกลับบ้าน ทำให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างสามคน ดูแล้วรู้สึกจุกอกมาก อยากให้ตอนจบมีความสุขกว่านี้สำหรับเธอ
ฉากที่ชายชุดเบจคุกเข่าต่อหน้าชายชุดโค้ทสีน้ำตาลคือสัญลักษณ์ของความพ่ายแพ้ที่ชัดเจนที่สุด การยืนตระหง่านของผู้ชนะกับการก้มหน้าของผู้แพ้สร้างความแตกต่างทางอารมณ์ได้มหาศาล เนื้อหาใน อยากพาเธอกลับบ้าน เล่นกับความรู้สึกคนดูได้เก่งมาก ดูจบแล้วต้องมานั่งคิดตามเรื่องความสัมพันธ์และอำนาจ