ฉากที่เฉียวซานซานใส่ชุดแดงเดินเข้ามาพร้อมมือถือ แล้วเริ่มพูดจาใส่เฉียวเยว่เยว่ที่กำลังปอกผลไม้ แสดงให้เห็นถึงความไม่เท่าเทียมกันทางสถานะอย่างชัดเจน เฉียวซานซานดูหยิ่งยโสและชอบสั่งการ ส่วนเฉียวเยว่เยว่ดูอ่อนน้อมแต่แววตาเต็มไปด้วยความน้อยใจ ฉากนี้ทำให้คนดูรู้สึกสงสารสาวใช้และอยากเอาใจช่วยเธอใน อยากพาเธอกลับบ้าน จริงๆ
การแสดงของนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมมาก โดยเฉพาะตอนที่เขาจิบวิสกี้แล้วมองไปที่เฉียวเยว่เยว่ แววตานั้นซับซ้อนมาก ทั้งความสนใจ ความสงสาร และอาจจะมีความรู้สึกพิเศษซ่อนอยู่ การไม่พูดอะไรออกมาแต่ใช้สายตาสื่ออารมณ์ทำให้ฉากนี้ทรงพลังมาก เป็นเสน่ห์ของ อยากพาเธอกลับบ้าน ที่ทำให้คนดูต้องจับจ้องทุกการเคลื่อนไหว
การออกแบบเครื่องแต่งกายในเรื่องนี้ละเอียดอ่อนมาก สาวๆ ที่เดินลงบันไดใส่ชุดราตรีหรูหรา ส่วนเฉียวเยว่เยว่ใส่ชุดพนักงานสีขาวเรียบง่าย แต่กลับดูสะอาดตาและน่ามองที่สุด ฉากที่เธอถือถาดผลไม้เดินตามเฉียวซานซานมา ยิ่งเน้นให้เห็นความแตกต่าง แต่ความเรียบง่ายของเธอก็ดูโดดเด่นกว่าใครใน อยากพาเธอกลับบ้าน
ตัวละครผู้ช่วยชายในชุดสูทสีเทาดูมีความกดดันมาก ยืนก้มหน้าฟังคำสั่งและดูเกร็งตลอดเวลา เหมือนต้องระวังตัวทุกย่างก้าว ฉากที่เขาพยายามรายงานเรื่องต่างๆ ให้เจ้านายฟังแต่ถูกเพิกเฉย ทำให้เห็นถึงลำดับชั้นในองค์กรได้ชัดเจน เป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่ทำให้เรื่อง อยากพาเธอกลับบ้าน ดูสมจริงและมีมิติมากขึ้น
ฉากที่เฉียวเยว่เยว่ปอกแอปเปิ้ลอย่างตั้งใจ แต่ถูกเฉียวซานซานเข้ามาขัดจังหวะและพูดจาเสียดสี ทำให้เห็นถึงความใจร้ายของตัวละครชุดแดงได้อย่างชัดเจน การที่เฉียวเยว่เยว่ไม่ตอบโต้แต่เก็บความรู้สึกไว้ ทำให้คนดูรู้สึกอินไปกับความทุกข์ของเธอ อยากให้พระเอกเข้ามาช่วยเธอใน อยากพาเธอกลับบ้าน จังเลย