ดูแล้วต้องร้องว้าวกับความกล้าของสาวชุดชมพู ที่จู่ๆ ก็กระโดดเข้าใส่สาวชุดม่วงเพื่อแย่งชิงเอกสารสำคัญ ฉากต่อสู้ยื้อแย่งกันกลางห้องนั่งเล่นนี่มันส์สุดๆ ไปเลย เหมือนดูมวยหญิงชัดๆ แต่แฝงไปด้วยความตลกขบขันแบบไม่ตั้งใจ การแสดงสีหน้าของตัวละครแต่ละคนใน อยากพาเธอกลับบ้าน นั้นสมจริงมาก โดยเฉพาะตอนป้าแกตะโกนสั่งให้หยุด มันคือความวุ่นวายที่ดูเพลินจนวางไม่ลง
พล็อตเรื่องน่าสนใจมากเมื่อป้าพยายามยัดเยียดทะเบียนสมรสให้ลูกหลาน แต่กลับกลายเป็นชนวนสงครามระหว่างสองสาวสวย ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่เรื่องคำพูด แต่ลงมือลงไม้กันจริงๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความรักหรือสถานะสะใภ้บ้านนี้มันมีค่ามากแค่ไหน ฉากที่สาวชุดม่วงโดนดึงผมแล้วร้องลั่นนั่นคือจุดพีคของเรื่อง อยากพาเธอกลับบ้าน ที่ทำให้เรารู้สึกอินไปกับความเดือดดาลของตัวละครสุดๆ
ตัวละครป้าในเรื่องนี้สร้างสีสันได้ยอดเยี่ยมมาก ทั้งการแต่งกายที่ดูผู้ดีแต่ปากจัดถือทะเบียนสมรสเป็นอาวุธ การที่แกพยายามจับคู่หลานชายกับสาวชุดชมพูอย่างชัดเจน ทำให้สาวชุดม่วงที่ดูเหมือนจะเป็นแฟนเก่าหรือคนรักเดิมรู้สึกน้อยใจและโกรธแค้น บรรยากาศใน อยากพาเธอกลับบ้าน เต็มไปด้วยความตึงเครียดที่พร้อมจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ เป็นพล็อตที่คลาสสิกแต่ยังดูสนุกไม่เบื่อ
ต้องยอมรับว่าฉากการต่อสู้ระหว่างสองสาวในเรื่องนี้ทำออกมาได้สมจริงและดูรุนแรงพอสมควร การดึงผม การผลักกัน จนป้าต้องเข้ามาห้าม มันแสดงให้เห็นว่าอารมณ์ของตัวละครพุ่งถึงขีดสุดแล้ว ใครที่ชอบดูฉากดราม่าหนักๆ แบบนี้ต้องถูกใจ อยากพาเธอกลับบ้าน แน่นอน เพราะมันไม่ได้มีแค่การพูดคุยดีๆ แต่มีการใช้กำลังเพื่อแสดงออกถึงความหวงแหนในสิ่งที่ตัวเองต้องการอย่างชัดเจน
แค่เอกสารใบเดียวแต่ทำให้บ้านแทบแตก! ป้าแกถือทะเบียนสมรสเหมือนถือระเบิดเวลา ยื่นให้ใครก็เหมือนโยนหินถามทาง แต่ผลลัพธ์คือความวุ่นวาย สาวชุดม่วงที่ดูสง่าในตอนแรกกลับต้องมาเสียทรงเพราะการต่อสู้กับสาวชุดชมพู เรื่องราวใน อยากพาเธอกลับบ้าน สอนให้รู้ว่าบางครั้งความรักก็ทำให้คนเราเสียสติได้เหมือนกัน ฉากจบที่ป้ามองดูความวุ่นวายด้วยสายตาเหนื่อยใจคือที่สุดของความฮา