ชอบฉากที่ขุนนางสองคนนินทาฮ่องเต้องค์ใหม่มากใน (พากย์เสียง) เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก มันสะท้อนให้เห็นว่าในวังไม่มีมิตรแท้ มีแต่ผลประโยชน์ล้วนๆ สีหน้าของขุนนางที่พยายามทำตัวเป็นมิตรแต่ปากก็พูดจาเสียดสี ช่างเป็นภาพที่สมจริงและน่ากลัวของการเมืองในราชสำนัก ใครที่ดูแล้วจะเข้าใจทันทีว่าทำไมการครองราชย์ถึงยากเย็นแสนเข็ญ
ฉากที่ฮ่องเต้องค์เก่าถูกทหารคุมตัวและแสดงสีหน้าเจ็บช้ำน้ำใจใน (พากย์เสียง) เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก คือจุดพีคที่ดึงอารมณ์คนดูได้ดีมาก แม้จะไม่มีบทพูดเยอะแต่ภาษากายสื่อความหมายได้ชัดเจนว่าพระองค์รู้สึกอย่างไร การถูกยึดอำนาจและต้องมองดูคนอื่นขึ้นครองราชย์แทน มันคือความเจ็บปวดที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะบรรยายเป็นคำพูด
ต้องยกนิ้วให้ทีมโปรดักชั่นของ (พากย์เสียง) เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก ที่เนรมิตฉากวังออกมาได้สวยงามตระการตา ชุดฮ่องเต้สีทองอร่ามตัดกับชุดขุนนางสีแดงเลือดนกได้อย่างลงตัว แสงเงาในฉากพิธีราชาภิเษกช่วยเสริมบรรยากาศขลังๆ ได้ดีมาก ดูแล้วรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในยุคโบราณจริงๆ เป็นซีรีส์ที่ดูแล้วเพลินตาสุดๆ
ดู (พากย์เสียง) เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก แล้วรู้สึกเหมือนนั่งดูเกมหมากรุกที่แต่ละฝ่ายต่างวางแผนซ้อนแผน การที่ฮ่องเต้องค์ใหม่ต้องเผชิญกับขุนนางที่ไม่ไว้ใจ และฮ่องเต้องค์เก่าที่อาจกลับมาทวงบัลลังก์คืน ทำให้เนื้อเรื่องน่าติดตามมาก อยากรู้ว่าสุดท้ายแล้วใครจะเป็นผู้ชนะในเกมการเมืองครั้งนี้ คนดูอย่างเราทำได้แค่รอชมและลุ้นไปตามๆ กัน
ฉากเปิดเรื่องใน (พากย์เสียง) เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก ทำเอาขนลุกซู่! พิธีราชาภิเษกที่ดูยิ่งใหญ่และศักดิ์สิทธิ์ แต่กลับซ่อนปมดราม่าไว้ใต้พรมแดง การที่ฮ่องเต้องค์ใหม่ดูสงบนิ่งแต่สายตากลับเต็มไปด้วยความกังวล ชวนให้สงสัยว่าเบื้องหลังความสำเร็จนี้ต้องแลกมาด้วยอะไรกันแน่ บรรยากาศตึงเครียดจนคนดูต้องกลั้นหายใจตาม