ใครบอกว่าดราม่าจะไม่มีมุมฮา ดูเรื่องนี้แล้วจะเปลี่ยนความคิดเลย ฉากที่พ่อพยายามกลั้นน้ำตาแต่สุดท้ายก็ร้องโฮออกมาพร้อมกอดลูกชายแน่น มันทั้งน่าเอ็นดูและน่าสงสารในเวลาเดียวกัน ใน พากย์เสียง เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก มีการเล่นมุกตลกเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างบทสนทนาที่จริงจัง ทำให้เรื่องไม่เครียดจนเกินไป การแสดงของนักแสดงนำทั้งสองคนสมจริงมากจนเราลืมไปเลยว่ากำลังดูซีรีส์อยู่
ประโยคที่พ่อพูดกับลูกชายว่า ข้าภูมิใจในตัวเจ้ามาก มันเรียบง่ายแต่ทรงพลังมาก ฟังแล้วน้ำตาซึมทันที ความรักของพ่อที่มีต่อลูกไม่จำเป็นต้องแสดงออกด้วยคำพูดสวยหรู แค่การกอดและน้ำตาก็สื่อสารทุกอย่างได้ชัดเจน ใน พากย์เสียง เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก ฉากนี้ทำให้เราหันกลับมามองความสัมพันธ์ในครอบครัวตัวเองบ้าง บางทีเราอาจจะลืมบอกคนในบ้านว่าเรารักเขามากแค่ไหน
ต้องชมทีมโปรดักชั่นจริงๆ ที่จัดฉากงานแต่งได้สวยงามและสมจริงมาก แสงเทียนที่ส่องสว่างในห้องโถงใหญ่สร้างบรรยากาศที่ขลังและโรแมนติกในเวลาเดียวกัน ฉากที่พ่อลูกยืนกอดกันภายใต้แสงสลัวๆ ใน พากย์เสียง เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก มันเหมือนภาพวาดที่มีชีวิต ชุดสีแดงของลูกชายตัดกับชุดสีดำของพ่อได้อย่างลงตัว สื่อถึงความแตกต่างแต่ก็กลมกลืนของสองตัวละครนี้ได้เป็นอย่างดี
ตอนแรกนึกว่าจะเป็นเรื่องรักหวานซึ้งธรรมดา แต่ที่ไหนได้มีดราม่าครอบครัวแทรกเข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว ฉากที่พ่อรู้ข่าวว่าลูกชายจะแต่งงานกับคนที่พ่อไม่ชอบใจ แล้วพยายามห้ามแต่สุดท้ายก็ต้องยอมรับ มันสะท้อนปัญหาในครอบครัวได้จริงมาก ใน พากย์เสียง เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก การดำเนินเรื่องเร็วไม่ยืดเยื้อ ทุกฉากมีความหมายและเชื่อมโยงกันได้ดี คนดูอย่างเราต้องคอยลุ้นว่าตอนต่อไปจะเป็นยังไงต่อ
ดูแล้วใจสลายแทนจริงๆ ฉากที่พ่อลูกกอดกันร้องไห้ใน พากย์เสียง เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก มันดึงอารมณ์คนดูได้เก่งมาก น้ำตาของพ่อที่ไหลออกมาไม่ใช่แค่ความดีใจ แต่มันคือความโล่งใจที่ลูกชายรอดพ้นจากอันตราย ความสัมพันธ์ของสองตัวละครนี้ช่างลึกซึ้งจนคนดูอย่างเราอินตามไปด้วย บรรยากาศในงานแต่งที่ดูหรูหราแต่กลับมีความอบอุ่นซ่อนอยู่ ทำให้ฉากนี้ยิ่งตราตรึงใจสุดๆ