ต้องยอมรับว่าเคมีระหว่างพระเอกกับนางเอกในเรื่อง (พากย์เสียง) เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก นั้นเข้ากันได้ดีมาก ทุกครั้งที่อยู่ด้วยกันจะมีประกายในตาที่สื่อถึงความรักและความห่วงใย ฉากที่นางเอกปกป้องพระเอกจากขุนนางชั่วร้ายนั้นซึ้งมาก ทำให้คนดูอย่างเราอินไปกับตัวละครสุดๆ การแสดงสีหน้าและแววตาของทั้งคู่บอกเล่าเรื่องราวได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดเยอะ
ชอบพล็อตเรื่องที่ไม่เหมือนใครใน (พากย์เสียง) เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก การที่พระเอกต้องปลอมตัวเป็นขุนนางเพื่อสืบหาความจริงในวังนั้นน่าสนใจมาก ทุกฉากมีการวางแผนที่ละเอียดอ่อน คนดูต้องคอยสังเกตรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจเป็นเบาะแสสำคัญ ฉากการต่อสู้ด้วยปัญญาแทนกำลังนั้นตื่นเต้นไม่แพ้ฉากแอ็คชั่น ทำให้เรื่องนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ต้องชมทีมออกแบบเครื่องแต่งกายในเรื่อง (พากย์เสียง) เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก ที่ทำออกมาได้สวยงามมาก ทุกชุดมีความประณีตและสะท้อนฐานะของตัวละครได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะชุดของนางเอกที่มีลวดลายทองประดับประดา ดูแล้วหรูหราสมกับเป็นหญิงสูงศักดิ์ ฉากที่ทุกคนแต่งตัวเต็มยศในวังนั้นสวยงามเหมือนภาพวาด ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในยุคโบราณจริงๆ
ประทับใจกับบทพูดในเรื่อง (พากย์เสียง) เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก ที่แต่ละประโยคมีความหมายลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่พูดไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะฉากที่พระเอกพูดเตือนสติขุนนางฉ้อฉล นั้นคมคายมาก ทำให้คนดูต้องคิดตาม บทพูดแต่ละฉากมีการวางแผนที่ดี สื่ออารมณ์และความรู้สึกของตัวละครได้อย่างชัดเจน ทำให้เรื่องนี้มีมิติมากขึ้น ไม่ใช่แค่ดราม่าธรรมดาๆ
ดูแล้วต้องร้องว้าว! ฉากที่ขุนนางอ้วนโดนตบหน้าแล้วทำหน้าตกใจนี่คือที่สุดของความฮา แต่แฝงความดราม่าไว้ลึกๆ การแสดงของนักแสดงแต่ละคนสมจริงมาก โดยเฉพาะฉากที่พระเอกกับนางเอกวางแผนกัน ดูแล้วลุ้นจนตัวโก่ง เรื่อง (พากย์เสียง) เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก นี้ทำออกมาได้ดีมาก ทุกฉากมีความหมาย ไม่เยิ่นเย้อ น่าติดตามสุดๆ