ประโยคที่นางเอกพูดออกมาว่า เจ้ามีรักเรา แล้วตามด้วยความเงียบงันนั้นช่างเจ็บปวดเหลือเกิน การที่เธอพยายามจะยึดติดกับความรักที่เคยมี แต่กลับถูกปฏิเสธอย่างเย็นชา มันทำให้เห็นถึงความเปราะบางของหัวใจมนุษย์ ฉากนี้ใน พากย์เสียง เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก ทำให้เราต้องกลับมาคิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของตัวเองด้วย
พระเอกชุดดำในเรื่องนี้ดูน่าสงสารจับใจ พยายามจะปกป้องนางเอกแต่กลับถูกมองว่าเป็นผู้ร้ายในสายตาเธอ ท่าทางที่สับสนและพยายามอธิบายแต่ไม่มีใครฟัง มันสะท้อนถึงความโดดเดี่ยวได้ดีมาก ฉากที่เขาพยายามจะเข้าไปช่วยแต่ถูกผลักไสช่างน่าใจหาย การแสดงใน พากย์เสียง เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก ช่วงนี้ทำให้เห็นมิติของตัวละครที่ลึกซึ้งขึ้นมาก
ตัวละครหญิงชุดชมพูที่ยืนแอบดูอยู่ข้างๆ นั้นน่าสนใจมาก แม้จะไม่ได้พูดเยอะแต่แววตาที่แสดงความกังวลและความสงสารที่มีต่อทั้งคู่นั้นสื่อออกมาได้ชัดเจน เธอเหมือนคนที่เข้าใจสถานการณ์ดีแต่ทำอะไรไม่ได้มาก การแสดงออกทางสีหน้าที่เปลี่ยนไปตามเหตุการณ์ทำให้ตัวละครนี้มีมิติและน่าติดตามมากใน พากย์เสียง เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก
บรรยากาศกลางคืนกับแสงไฟสลัวๆ ช่วยเสริมอารมณ์ดราม่าได้เป็นอย่างดี ฉากที่ทั้งสามตัวละครมาเจอกันนั้นเต็มไปด้วยความตึงเครียด การที่นางเอกชุดดำต้องเลือกระหว่างความรักกับความถูกต้อง ทำให้เห็นถึงความยากลำบากในการตัดสินใจ ฉากนี้ใน พากย์เสียง เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก ทำให้คนดูต้องเอาใจช่วยว่าเรื่องจะลงเอยอย่างไร
ดูแล้วจุกอกมากกับฉากที่นางเอกชุดดำต้องเผชิญหน้ากับคนที่เคยรัก แต่กลับถูกหักหลังอย่างเจ็บปวด การแสดงสีหน้าของเธอนั้นสื่ออารมณ์ได้ดีมาก ตั้งแต่ความหวังเล็กๆ จนกลายเป็นความสิ้นหวังเมื่อรู้ว่าเขาเลือกคนอื่นจริงๆ ฉากนี้ใน พากย์เสียง เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก ทำเอาคนดูอย่างเราอินตามไปด้วย ความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ในแววตาคือที่สุดจริงๆ