ใครบอกว่าดราม่าจะไม่มีตลก ดู พากย์เสียง เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก แล้วจะเปลี่ยนความคิด ฉากที่ขุนนางอ้วนพยายามแก้ตัวให้ท่านอ๋องแต่กลับพูดผิดพูดถูกจนทุกคนขำ เป็นฉากที่ผ่อนคลายความตึงเครียดได้ดีมาก แม้สถานการณ์จะเครียดแต่ผู้กำกับยังแทรกมุกตลกได้เนียนมาก ทำให้คนดูไม่รู้สึกอึดอัดจนเกินไป
ต้องยกนิ้วให้ทีมเครื่องแต่งกายของ พากย์เสียง เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก เลย ชุดแต่ละตัวละเอียดมาก โดยเฉพาะชุดของพระนางที่ปักลายมังกรทองวิจิตรตระการตา เครื่องประดับศีรษะก็ดูมีมูลค่าสูงจริงๆ ฉากในห้องโถงที่ทุกคนแต่งตัวเต็มยศดูหรูหราเหมือนหลุดออกมาจากภาพวาดโบราณ การลงทุนด้านโปรดักชั่นขนาดนี้หาได้ยากในซีรีส์ยุคนี้
พล็อตเรื่องใน พากย์เสียง เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก ไม่ธรรมดาเลย แค่ตอนต้นก็มีการกล่าวหาว่าท่านอ๋องเป็นกบฏ แต่พอเรื่องดำเนินไปกลับพบว่าทุกอย่างคือการวางแผนของศัตรู การสลับบทบาทระหว่างผู้ร้ายและผู้ถูกกระทำทำได้ดีมาก คนดูต้องคอยเดาตลอดเวลาว่าใครพูดจริงใครพูดเท็จ เป็นซีรีส์ที่ต้องใช้สมองดูแต่ก็สนุกมาก
ดู พากย์เสียง เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก แล้วต้องบอกว่าเคมีระหว่างท่านอ๋องกับพระนางเข้ากันดีมาก แม้ในฉากที่ทั้งคู่ต้องเผชิญหน้ากับศัตรู แต่ก็ยังมีการแลกเปลี่ยนสายตาที่สื่อความห่วงใยต่อกัน ฉากที่พระนางจับมือท่านอ๋องตอนที่ถูกกล่าวหา เป็นฉากที่ซึ้งมาก แสดงให้เห็นว่าความรักของพวกเขามีมากกว่าแค่คำพูด คนดูอย่างเราจิกหมอนเลย
ดูแล้วอึ้งไปเลยกับฉากที่ทุกคนเข้าใจผิดว่าท่านอ๋องคือตัวร้าย แต่จริงๆ แล้วท่านคือผู้ถูกใส่ร้าย การแสดงของนักแสดงนำใน พากย์เสียง เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก ทำได้ดีมาก โดยเฉพาะสีหน้าตอนที่ถูกกล่าวหา ดูเจ็บปวดแต่ยังพยายามควบคุมอารมณ์ คนดูอย่างเราแทบจะกระโดดเข้าไปปกป้องท่านเลยแหละ ฉากนี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เรื่องน่าติดตามขึ้นอีกเยอะ