ตอนแรกนึกว่าเป็นแค่ฉากจีบกันธรรมดาในตลาด แต่พอเข้าฉากในห้องแล้วถึงบางอ้อว่านางเอกมีแผนการใหญ่ซ่อนอยู่ การที่นางเอกรู้เรื่องอดีตของพระเอกและพยายามดึงเขากลับมาสู่เส้นทางเดิม มันทำให้ตัวละครดูมีมิติมากขึ้น ไม่ใช่แค่ผู้หญิงที่เอาแต่ใจ แต่เป็นคนที่มองการณ์ไกล การดำเนินเรื่องใน พากย์เสียง เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก เร็วและกระชับมาก ดูแล้วไม่เบื่อเลยสักนิด
ถึงพระเอกจะปากแข็งบอกว่าไม่สนใจ แต่แววตาและปฏิกิริยาตอนโดนนางเอกกอดบอกเลยว่าใจสั่นเหมือนกันนะ ฉากที่นางเอกพูดเรื่องอดีตแล้วพระเอกทำหน้าตกใจมันเรียกรอยยิ้มได้ดีมาก ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดูมีความลึกซึ้งกว่าแค่ความชอบชั่วคราว คนดูอย่างเราเลยรอคอยฉากหวานๆ ต่อไปในเรื่อง พากย์เสียง เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก อย่างใจจดใจจ่อ
ต้องชมทีมสร้างฉากที่ทำออกมาได้บรรยากาศยุคโบราณได้ดีมาก ทั้งร้านค้า ผู้คน และเครื่องแต่งกายที่ดูละเอียดอ่อน ฉากที่พระเอกโดนอุ้มผ่านตลาดแล้วคนรอบข้างส่งเสียงเชียร์มันสร้างสีสันและความสนุกได้เป็นอย่างดี ทำให้การดู พากย์เสียง เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก รู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลาไปในยุคอดีตจริงๆ เป็นซีรีส์ที่ดูแล้วเพลินตาเพลินใจมาก
ชอบคาแรคเตอร์นางเอกมากที่ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แม้พระเอกจะพยายามผลักไสแต่เธอก็ยังยืนยันที่จะทำตามเป้าหมาย การที่เธอรู้ความลับของพระเอกและใช้มันมาเป็นข้อต่อรองแสดงถึงความฉลาดหลักแหลม ไม่ใช่แค่สวยแต่สมองก็ดีมาก เรื่องราวใน พากย์เสียง เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก ทำให้เห็นว่าความรักบางครั้งก็ต้องใช้กลยุทธ์และการวางแผนถึงจะได้สิ่งที่ต้องการมาครอง
ดูแล้วขำจนปวดท้องกับฉากที่นางเอกในชุดชมพูเข้าไปอ้อนพระเอกกลางตลาด บอกจะแต่งงานกัน ทั้งที่พระเอกพยายามปฏิเสธสุดชีวิต แต่สุดท้ายก็โดนอุ้มไปจนได้ ฉากนี้แสดงถึงความน่ารักและดื้อรั้นของนางเอกได้ดีมาก ทำให้คนดูอย่างเราต้องเอาใจช่วยว่าพระเอกจะรับมือไหวไหม เรื่องราวใน พากย์เสียง เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก ช่างเต็มไปด้วยความวุ่นวายแต่ก็โรแมนติกในแบบของตัวเองจริงๆ