พล็อตเรื่องใน พากย์เสียง เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก น่าสนใจมากตรงที่ใช้จดหมายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ จากฉากตลกๆ กลายเป็นความตึงเครียดเมื่อหญิงงามอ่านข่าวร้ายแล้ววิ่งออกไปทันที การเปลี่ยนอารมณ์ของเรื่องทำได้รวดเร็วและไม่ฝืนธรรมชาติ ฉากที่ขุนนางอาวุโสอ่านจดหมายแล้วหัวเราะชอบใจก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้ากังวลทำให้เห็นฝีมือการแสดงที่ลึกซึ้ง คนดูจะรู้สึกอินไปกับความไม่แน่นอนของสถานการณ์ทางการเมืองในเรื่อง
สิ่งที่ทำให้ พากย์เสียง เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก น่าติดตามคือความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครหลักสองคนที่เดินคุยกันริมบ่อน้ำยามค่ำคืน บทสนทนาที่ดูเหมือนธรรมดาแต่แฝงนัยยะสำคัญเกี่ยวกับการเมืองและการวางแผน การแสดงออกทางสีหน้าและภาษากายสื่อความหมายได้ชัดเจนโดยไม่ต้องพึ่งคำพูดเยอะ ฉากนี้ทำให้เห็นมิติของตัวละครที่ลึกซึ้งกว่าแค่ตลกหรือดราม่าทั่วไป คนดูจะรู้สึกเหมือนได้แอบฟังความลับสำคัญ
ต้องยกนิ้วให้ทีมผลิต พากย์เสียง เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก ที่ใส่ใจรายละเอียดเครื่องแต่งกายและฉากหลังอย่างมาก ชุดจีนโบราณแต่ละตัวมีลวดลายประณีต สีสดสวยไม่ตกยุค ฉากวังยามค่ำคืนที่มีโคมไฟส่องสว่างสร้างบรรยากาศขลังได้ดีมาก การจัดวางองค์ประกอบภาพในแต่ละช็อตดูมีชั้นเชิง โดยเฉพาะฉากที่ตัวละครยืนเรียงแถวในลานวังที่ดูอลังการ คนดูจะรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลาไปในยุคโบราณจริงๆ
จุดแข็งของ พากย์เสียง เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก คือการเดินเรื่องที่รวดเร็วแต่ไม่สับสน จากฉากตลกเปลี่ยนเป็นดราม่าแล้วกลับมาตลกอีกครั้งได้อย่างลื่นไหล ไม่มีการยื้อฉากที่ไม่จำเป็น ทำให้คนดูไม่รู้สึกเบื่อแม้แต่น้อย การตัดต่อระหว่างฉากในวังและฉากนอกวังทำได้ดีมาก ช่วยให้เห็นภาพรวมของสถานการณ์ได้ชัดเจน คนดูจะรู้สึกตื่นเต้นและอยากรู้ตอนต่อไปทันทีที่จบแต่ละฉาก
ฉากเปิดเรื่องใน พากย์เสียง เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก ทำเอาขำไม่หยุดเมื่อตัวละครพยายามอธิบายความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนจนตัวเองก็งง การแสดงสีหน้าของขุนนางใส่ชุดแดงที่พยายามชี้แจงว่าใครคือพ่อใครคือลูกช่างสมจริงและฮาสุดๆ บรรยากาศในวังที่ดูเคร่งขรึมกลับกลายเป็นสนามเด็กเล่นเมื่อมีจดหมายลึกลับเข้ามาแทรกแซง ความวุ่นวายนี้ทำให้คนดูอย่างเราติดหนึบจนไม่อยากกดข้ามฉากไหนเลยจริงๆ