ตอนที่นางเอกเดินเข้าไปในออฟฟิศแล้วได้รับแฟ้มเอกสารมา ใบหน้าของเธอเปลี่ยนไปทันทีที่ได้อ่านเนื้อหาข้างใน มันช่างเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดและการซ่อนเร้นความลับ บรรยากาศในออฟฟิศที่ดูเงียบสงบแต่กลับแฝงไปด้วยความกดดัน ทำให้เราสงสัยว่าเอกสารนั้นคืออะไรกันแน่ และทำไมถึงส่งผลต่อความรู้สึกของเธอขนาดนี้ใน รักที่ไปไม่ถึง
การแสดงออกทางสีหน้าของตัวละครในเรื่องนี้ยอดเยี่ยมมาก โดยเฉพาะฉากที่พระเอกและนางเอกยืนเผชิญหน้ากัน สายตาที่จ้องมองกันโดยไม่พูดอะไรเลยกลับสื่อความหมายได้มากกว่าคำพูดพันคำ มันคือความอึดอัด ความรัก และความเจ็บปวดที่ผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก การแสดงที่ละเอียดอ่อนแบบนี้ทำให้เราอินไปกับตัวละครได้ง่ายมาก
การใช้แสงและเงาในฉากกลางคืนทำได้ดีมาก แสงไฟสลัวๆ ที่ส่องผ่านสายฝนสร้างบรรยากาศที่หม่นหมองและโดดเดี่ยวได้อย่างสมบูรณ์แบบ ฉากที่พระเอกยืนอยู่คนเดียวท่ามกลางความมืดและมีเพียงเสียงฝนเป็นเพื่อน มันสะท้อนถึงความเหงาและความเจ็บปวดภายในใจได้ชัดเจนมาก เป็นงานภาพที่สวยงามแต่ก็เจ็บปวดในเวลาเดียวกันสำหรับ รักที่ไปไม่ถึง
เรื่องราวดำเนินไปอย่างช้าๆ แต่เต็มไปด้วยรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ค่อยๆ ปูทางไปสู่จุดหักมุม ฉากที่นางเอกเดินออกมาจากห้องแล้วพบกับใครบางคน มันเหมือนเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่องที่ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป ความตื่นเต้นและความสงสัยถูกสร้างขึ้นอย่างแนบเนียน ทำให้เราอยากติดตามต่อทันทีว่าเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป
ฉากที่พระเอกยืนตากฝนพร้อมเลือดที่ไหลซึมออกมาช่างน่าใจหายจริงๆ สายตาที่มองไปยังโทรศัพท์ราวกับรอคอยคำตอบจากใครสักคน มันสื่อถึงความสิ้นหวังได้ลึกซึ้งมาก การตัดสลับกับภาพนางเอกที่ยืนถือโทรศัพท์เหมือนกันแต่อยู่คนละที่ ยิ่งทำให้รู้สึกถึงความห่างไกลที่มองไม่เห็นในเรื่อง รักที่ไปไม่ถึง นี้ช่างดึงอารมณ์คนดูให้จมดิ่งไปกับความเศร้าได้อย่างน่าทึ่ง