ฉากที่ผู้หญิงใส่ชุดสีทองสาดกาแฟใส่หน้าซูจือคือดูโหดร้ายมาก สีหน้าของซูจือที่ตกใจและเสียใจทำให้คนดูเจ็บแทนจริงๆ ส่วนผู้หญิงใส่แว่นดำที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ดูเย็นชาไม่ช่วยอะไรเลย ยิ่งพอเห็นภาพย้อนอดีตเมื่อแปดปีก่อนที่เมิ่งซูจือกอดเธอไว้ ยิ่งทำให้สงสัยว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาคืออะไรกันแน่ รักที่ไปไม่ถึง น่าจะเกี่ยวกับความเข้าใจผิดในอดีตนี่แหละ
จุดพีคคือตอนซูจือเอามือไปจับที่คอแล้วภาพตัดไปฉากเก่าเมื่อแปดปีก่อน ที่เมิ่งซูจือกำลังหอมคอเธอ ฉากนี้บอกใบ้ชัดเจนว่าทั้งสองคนต้องมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งมาก่อนแน่ๆ แต่ทำไมตอนนี้ถึงต้องมาเจอกันในสถานการณ์ตึงเครียดแบบนี้? การแสดงสีหน้าของเมิ่งซูจือตอนที่เห็นเหตุการณ์คือดูโกรธแต่ก็มีความเป็นห่วงปนอยู่ ดูแล้วลุ้นมากว่าตอนจบจะเป็นยังไง
ชอบการตัดต่อที่สลับระหว่างวิวเมืองสูงๆ กับเรื่องราวส่วนตัวของตัวละคร มันให้ความรู้สึกถึงความโดดเดี่ยวในเมืองใหญ่ได้ดีมาก โดยเฉพาะฉากที่เมิ่งซูจือเดินคนเดียวในตึกสูงๆ แล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง มันสื่อถึงความกดดันของนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังได้ดีจริงๆ พอมาเจอฉากทะเลาะกันยิ่งทำให้เห็นความขัดแย้งระหว่างโลกการทำงานกับชีวิตส่วนตัวในรักที่ไปไม่ถึง ได้ชัดเจนขึ้น
ตัวละครซูจือน่าสนใจมาก ดูภายนอกเป็นนักข่าวที่เข้มแข็ง พกกล้องไปไหนมาไหนด้วยตัวเอง แต่พอเจอเหตุการณ์ร้ายๆ ก็แสดงออกถึงความเปราะบางออกมาได้ทันที ส่วนผู้หญิงชุดสีทองที่เข้ามาสร้างปัญหาก็มีคาแรคเตอร์ที่ดูร้ายแต่ก็มีปมบางอย่างซ่อนอยู่เหมือนกัน การดำเนินเรื่องในรักที่ไปไม่ถึง ทำให้เราอยากเอาใจช่วยซูจือให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ด้วยดี
ฉากเปิดเรื่องในแล็บดูสมจริงมาก แสงสีฟ้าเย็นๆ เข้ากับบรรยากาศการทดลองสุดๆ พอเห็นหน้าของเมิ่งซูจือถอดหน้ากากคือใจละลายเลย ความหล่อแบบเนิร์ดๆ ใส่แว่นคือจึ้งมาก! แต่พอตัดมาฉากดราม่าในโรงแรมคือช็อกเลย ใครจะไปคิดว่านักข่าวสาวจะต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ เรื่องราวในรักที่ไปไม่ถึง ดูเหมือนจะซับซ้อนกว่าที่คิดไว้เยอะเลย