PreviousLater
Close

รักที่ไปไม่ถึง ตอนที่ 33

like2.0Kchase2.4K

รักที่ไปไม่ถึง

สวี่จืออี้เสียแม่ตั้งแต่อายุ 15 ปี พ่อไปต่างประเทศ เธอจึงถูกฝากเลี้ยงไว้กับตระกูลเมิ่ง และเติบโตใกล้ชิดกับ "เมิ่งซวี่จือ" จากพี่น้องค่อย ๆ กลายเป็นความรู้สึกเกินเลย เมื่ออายุ 18 ปี พ่อของเธอเสียชีวิต เมิ่งซวี่จืออยู่เคียงข้างปลอบใจ จนทั้งสองเริ่มคบกันอย่างลับ ๆ แต่ไม่นานธุรกิจตระกูลเมิ่งเกิดวิกฤต ต้องพึ่งเงินลงทุนจากตระกูลหลิน ขณะเดียวกันสวี่จืออี้เข้าใจผิดเรื่องเขากับหลินอินอิน จึงตัดใจเลิกกัน เมิ่งซวี่จือจากไปต่างประเทศ และ 7 ปีต่อมากลับมาอีกครั้งในฐานะนักวิทยาศาสตร์
  • Instagram
รีวิวตอนนี้

ย้อนเวลาไปเจ็ดปีก่อน ความรักเปลี่ยนไปแค่ไหน

การตัดสลับระหว่างปัจจุบันกับอดีตทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลงของตัวละครชัดเจนมาก จากคู่รักที่ดูมีความสุขในฉากย้อนเวลา สู่ความห่างเหินในปัจจุบัน ฉากที่พระเอกมองนางเอกด้วยสายตาที่ซับซ้อนตอนเธอจะเดินจากไป มันบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดโดยไม่ต้องใช้คำพูดเลย ดูในเน็ตชอร์ตแล้วรู้สึกเหมือนได้เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์จริงๆ

อ้อมกอดที่สายเกินไปหรือยังทัน

ฉากจบที่พระเอกโอบกอดนางเอกไว้อย่างแน่นแฟ้นท่ามกลางแสงไฟสีส้มอุ่นๆ มันช่างงดงามและเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน ดูเหมือนเขาพยายามจะชดเชยเวลาที่หายไปทั้งหมด การแสดงของนักแสดงนำทั้งคู่ดีมาก โดยเฉพาะสีหน้าที่แสดงออกถึงความเจ็บปวดและความรักที่ยังคงมีอยู่ รักที่ไปไม่ถึง เรื่องนี้ทำให้รู้ว่าบางครั้งความรักอย่างเดียวอาจไม่พอ

รายละเอียดเล็กๆ ที่บอกเล่าเรื่องราวใหญ่

ชอบการใส่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในเรื่องมาก เช่น แว่นตาของพระเอกที่เปลี่ยนไปตามเวลา หรือชุดของนางเอกที่ดูเรียบหรูแต่ซ่อนความเปราะบางไว้ ฉากที่นางเอกยืนมองพระเอกเดินออกไปกับคนอื่นแล้วน้ำตาไหล มันทำให้คนดูรู้สึกเจ็บแทนจริงๆ การดำเนินเรื่องในเน็ตชอร์ตทำได้ดีมาก ไม่ยืดเยื้อแต่ครบรส

เมื่อความรักต้องเผชิญกับความจริง

เรื่องราวของ รักที่ไปไม่ถึง สะท้อนความจริงของชีวิตได้ดีมาก บางครั้งเราอาจต้องเลือกระหว่างความรักกับสิ่งที่ถูกต้อง ฉากที่พระเอกต้องยืนมองนางเอกจากไปทั้งที่อยากวิ่งตาม มันทำให้เห็นถึงความขัดแย้งในใจตัวละคร การแสดงออกทางสีหน้าและภาษากายของนักแสดงทำให้เรื่องนี้น่าติดตามมาก ดูแล้วอยากให้มีตอนต่อไปเร็วๆ

ความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ในแววตา

ฉากเปิดเรื่องในบาร์ที่แสงไฟสลัวสะท้อนความเหงาของนางเอกได้สมบูรณ์แบบมาก การกลับมาเจอกันของทั้งคู่เต็มไปด้วยความอึดอัดและคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ โดยเฉพาะฉากที่พระเอกจับข้อมือนางเอกไว้ มันสื่อถึงความต้องการรั้งไว้แต่ก็ทำไม่ได้ ดูแล้วจุกอกมาก เหมือนดู รักที่ไปไม่ถึง ที่เต็มไปด้วยความทรงจำดีๆ แต่จบลงด้วยความเสียใจ