การตัดสลับระหว่างปัจจุบันกับอดีตทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลงของตัวละครชัดเจนมาก จากคู่รักที่ดูมีความสุขในฉากย้อนเวลา สู่ความห่างเหินในปัจจุบัน ฉากที่พระเอกมองนางเอกด้วยสายตาที่ซับซ้อนตอนเธอจะเดินจากไป มันบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดโดยไม่ต้องใช้คำพูดเลย ดูในเน็ตชอร์ตแล้วรู้สึกเหมือนได้เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์จริงๆ
ฉากจบที่พระเอกโอบกอดนางเอกไว้อย่างแน่นแฟ้นท่ามกลางแสงไฟสีส้มอุ่นๆ มันช่างงดงามและเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน ดูเหมือนเขาพยายามจะชดเชยเวลาที่หายไปทั้งหมด การแสดงของนักแสดงนำทั้งคู่ดีมาก โดยเฉพาะสีหน้าที่แสดงออกถึงความเจ็บปวดและความรักที่ยังคงมีอยู่ รักที่ไปไม่ถึง เรื่องนี้ทำให้รู้ว่าบางครั้งความรักอย่างเดียวอาจไม่พอ
ชอบการใส่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในเรื่องมาก เช่น แว่นตาของพระเอกที่เปลี่ยนไปตามเวลา หรือชุดของนางเอกที่ดูเรียบหรูแต่ซ่อนความเปราะบางไว้ ฉากที่นางเอกยืนมองพระเอกเดินออกไปกับคนอื่นแล้วน้ำตาไหล มันทำให้คนดูรู้สึกเจ็บแทนจริงๆ การดำเนินเรื่องในเน็ตชอร์ตทำได้ดีมาก ไม่ยืดเยื้อแต่ครบรส
เรื่องราวของ รักที่ไปไม่ถึง สะท้อนความจริงของชีวิตได้ดีมาก บางครั้งเราอาจต้องเลือกระหว่างความรักกับสิ่งที่ถูกต้อง ฉากที่พระเอกต้องยืนมองนางเอกจากไปทั้งที่อยากวิ่งตาม มันทำให้เห็นถึงความขัดแย้งในใจตัวละคร การแสดงออกทางสีหน้าและภาษากายของนักแสดงทำให้เรื่องนี้น่าติดตามมาก ดูแล้วอยากให้มีตอนต่อไปเร็วๆ
ฉากเปิดเรื่องในบาร์ที่แสงไฟสลัวสะท้อนความเหงาของนางเอกได้สมบูรณ์แบบมาก การกลับมาเจอกันของทั้งคู่เต็มไปด้วยความอึดอัดและคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ โดยเฉพาะฉากที่พระเอกจับข้อมือนางเอกไว้ มันสื่อถึงความต้องการรั้งไว้แต่ก็ทำไม่ได้ ดูแล้วจุกอกมาก เหมือนดู รักที่ไปไม่ถึง ที่เต็มไปด้วยความทรงจำดีๆ แต่จบลงด้วยความเสียใจ