ฉากเปิดเรื่องช่างดึงดูดใจเหลือเกิน ความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครหลักดูซับซ้อนและเต็มไปด้วยอารมณ์ที่อัดอั้น การแสดงสีหน้าของนางเอกบอกเล่าเรื่องราวได้โดยไม่ต้องใช้คำพูด ทำให้คนดูอย่างเราต้องคาดเดาว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ใน (พากย์เสียง) หมอสูติคุมวังหลัง เรื่องราวความรักระหว่างสองคนนี้จะลงเอยอย่างไร ช่างน่าติดตามจริงๆ ค่ะ
ชอบฉากที่พระเอกกับนางเอกนั่งโม่แป้งด้วยกันมาก มันดูอบอุ่นและเรียบง่ายท่ามกลางความวุ่นวายในวัง การแต่งกายและฉากหลังทำออกมาได้สวยงามมาก เหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในอดีตจริงๆ การดำเนินเรื่องใน (พากย์เสียง) หมอสูติคุมวังหลัง ไม่เร่งรีบเกินไป ให้เราได้ซึมซับบรรยากาศและความรู้สึกของตัวละครได้ดีมากเลยค่ะ
ตอนที่ฮ่องเต้เดินเข้ามาในห้อง บรรยากาศเปลี่ยนไปทันที ความตึงเครียดเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สีหน้าของนางเอกที่เปลี่ยนจากยิ้มแย้มเป็นกังวล บอกเล่าความกดดันที่ต้องเผชิญได้ดีมาก อยากรู้เหลือเกินว่าฮ่องเต้จะรู้ความลับนี้ไหม และจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปใน (พากย์เสียง) หมอสูติคุมวังหลัง ช่างเป็นพล็อตเรื่องที่ชวนให้ลุ้นระทึกจริงๆ
ต้องชื่นชมทีมเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับจริงๆ ทุกอย่างดูประณีตและสวยงามมาก โดยเฉพาะชุดของนางเอกที่เปลี่ยนไปตามฉากต่างๆ สะท้อนสถานะและอารมณ์ของตัวละครได้ดี การใส่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างเครื่องประดับผมหรือลวดลายบนชุด ทำให้การดู (พากย์เสียง) หมอสูติคุมวังหลัง สนุกขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ
นักแสดงทุกคนทำได้ดีมาก โดยเฉพาะนางเอกที่สามารถสื่ออารมณ์ที่ซับซ้อนออกมาได้ผ่านสายตาและสีหน้า ตั้งแต่ความอ่อนโยน ความกังวล ไปจนถึงความมุ่งมั่น ทำให้เราเอาใจช่วยเธอในทุกฉาก การดู (พากย์เสียง) หมอสูติคุมวังหลัง ทำให้รู้ว่านักแสดงต้องมีฝีมือแค่ไหนถึงจะถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้ขนาดนี้