ฉากเปิดเรื่องใน (พากย์เสียง) หมอสูติคุมวังหลัง ทำเอาคนดูต้องกลั้นหายใจตามไปด้วย สายตาของชายหนุ่มในชุดสีน้ำเงินที่จ้องมองหญิงสาวในชุดสีเขียวเหมือนจะอ่านใจเธอออกทุกความคิด การแสดงสีหน้าของทั้งคู่สื่อถึงความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนและเต็มไปด้วยความลับ แม้จะยังไม่มีบทพูดแต่ภาษากายก็เล่าเรื่องได้ชัดเจนมากจนน่าทึ่ง
ต้องชื่นชมทีมคอสตูมของ (พากย์เสียง) หมอสูติคุมวังหลัง ที่เนรมิตชุดโบราณออกมาได้งดงามทุกตัว โดยเฉพาะชุดสีขาวชมพูของหญิงสาวที่ดูอ่อนหวานตัดกับชุดสีเขียวเข้มของอีกฝ่ายที่ดูเคร่งขรึม รายละเอียดของเครื่องประดับผมและลวดลายบนผ้าแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในการผลิต ฉากดื่มชาที่ทุกคนนั่งล้อมวงกันดูสงบแต่แฝงไปด้วยความกดดัน
ฉากที่หญิงสาวในชุดขาวค่อยๆ เทชาลงถ้วยอย่างประณีตใน (พากย์เสียง) หมอสูติคุมวังหลัง เป็นช่วงเวลาที่กล้องจับรายละเอียดได้ดีมาก แสงที่ส่องผ่านหน้าต่างกลมทำให้บรรยากาศดูขลังและมีความเป็นพิธีกรรมสูง การที่ตัวละครทุกตัวจ้องมองไปที่กาน้ำชาเหมือนกำลังรอคอยบางสิ่งที่จะเกิดขึ้น ทำให้คนดูรู้สึกตื่นเต้นไปกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้
สิ่งที่ชอบที่สุดใน (พากย์เสียง) หมอสูติคุมวังหลัง คือการสร้างบรรยากาศที่ตัวละครไม่ต้องพูดเยอะแต่คนดูรู้สึกรับรู้ได้ถึงแรงกดดัน ชายหนุ่มในชุดเกราะสีดำที่นั่งเงียบๆ มุมโต๊ะดูเหมือนจะเป็นผู้คุมเกม ในขณะที่หญิงสาวสองคนต่างมีสีหน้าที่บอกเล่าเรื่องราวของตัวเอง การวางตำแหน่งตัวละครในฉากกว้างทำให้เห็นความสัมพันธ์เชิงอำนาจได้ชัดเจน
ต้องยกนิ้วให้ทีมนักแสดงใน (พากย์เสียง) หมอสูติคุมวังหลัง ที่ใช้สีหน้าสื่ออารมณ์ได้ดีมาก โดยเฉพาะตอนที่หญิงสาวในชุดสีเขียวเหลือบมองชายหนุ่มแล้วรีบก้มหน้าลงทันที เหมือนมีบางอย่างที่เธอไม่อยากรู้หรือกลัวที่จะเผชิญ แววตาของชายหนุ่มที่ดูทั้งสงสัยและกังวลทำให้คนดูอยากรู้ต่อว่าระหว่างพวกเขามีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้