บรรยากาศในฉากนี้ตึงเครียดจนหายใจไม่ออกเลยนะ คนรับใช้ที่ยิ้มแย้มดูน่าสงสัยสุดๆ ส่วนท่านแม่ทัพกับท่านชายชุดน้ำเงินก็ดูไม่ไว้ใจกันและกัน การส่งถ้วยชาไปมาเหมือนเป็นการเดิมพันด้วยชีวิตจริงๆ ดูแล้วลุ้นจนตัวเกร็ง ไม่รู้ว่าใครจะโดนวางยาคนแรก เรื่อง (พากย์เสียง) หมอสูติคุมวังหลัง นี่เล่นกับอารมณ์คนดูเก่งมาก
สังเกตไหมว่าคนรับใช้ที่ยืนชงชามีรอยยิ้มที่ดูแปลกๆ เหมือนกำลังซ่อนแผนร้ายอะไรไว้ ท่าทางที่ก้มหน้าก้มตาแต่สายตาคมกริบทำให้รู้สึกหนาวสันหลังเลย ฉากนี้ใน (พากย์เสียง) หมอสูติคุมวังหลัง สร้างความระแวงได้ดีมาก แค่เห็นเขาก็เดาได้ว่าถ้วยชาใบนี้ต้องมีปัญหาแน่ๆ ใครดื่มเข้าไปคงไม่รอดง่ายๆ
แค่ฉากนั่งดื่มชากันธรรมดาแต่ทำไมมันดูลุ้นระทึกเหมือนอยู่ในสนามรบ ท่านชายชุดน้ำเงินพยายามคุมสถานการณ์แต่ก็ดูจะเพลี่ยงพล้ำให้ท่านแม่ทัพอยู่เรื่อยๆ การแลกเปลี่ยนถ้วยชากันแต่ละครั้งเหมือนการเดินหมากในเกมกระดานที่ต้องระวังตัวตลอดเวลา ดู (พากย์เสียง) หมอสูติคุมวังหลัง แล้วชอบฉากแบบนี้มาก มันฉลาดและลื่นไหล
ชุดเกราะสีแดงทองของท่านแม่ทัพดูโดดเด่นและทรงพลังมากในฉากนี้ แม้จะนั่งอยู่เฉยๆ แต่สายตาที่มองคนอื่นเหมือนจะอ่านใจได้หมด ท่าทางที่วางมือบนโต๊ะแสดงถึงอำนาจที่ควบคุมทุกอย่างไว้ได้ เรื่อง (พากย์เสียง) หมอสูติคุมวังหลัง ใส่รายละเอียดเครื่องแต่งกายและบุคลิกตัวละครได้เนียนมาก ทำให้เรารู้สึกเกรงขามเขาไปด้วย
ถ้วยชาใบเล็กๆ ที่ส่งต่อกันไปมานี่แหละคือจุดเปลี่ยนของเรื่องเลยนะ สีเขียวอ่อนดูสวยงามแต่ข้างในอาจซ่อนอันตรายไว้ก็ได้ ฉากที่ตัวละครหยิบถ้วยขึ้นมาดื่มแล้วหยุดคิดนิดนึงก่อนจะดื่มมันสร้างความสงสัยให้คนดูสุดๆ ว่าข้างในมีอะไรกันแน่ ดู (พากย์เสียง) หมอสูติคุมวังหลัง แล้วต้องจ้องจอไม่กระพริบตาเลย