ฉากเปิดเรื่องในป่าไผ่ช่างดูสงบจนน่าใจหาย แต่ใครจะรู้ว่าภายใต้รอยยิ้มของนางพญาเซียวชิงเกอ ซ่อนความกดดันมหาศาลไว้ การปรากฏตัวของลู่หมิงในชุดดำตัดกับฉากหลังช่างดูเท่จนหยุดหายใจ เรื่องราวในนักโทษเนรเทศ สู่เทพตัดสินนาง เริ่มเข้มข้นขึ้นทันทีเมื่อเวทมนตร์สีทองปรากฏขึ้นกลางอากาศ เหมือนเป็นการประกาศสงครามที่ไม่มีใครกล้าขัดขืน
ฉากต่อสู้ด้วยเวทมนตร์คือจุดพีคที่แท้จริง! การร่ายมนตร์อัญเชิญดาบสีทองนับพันเล่มพุ่งลงมาใส่กองทัพปีศาจนั้นอลังการงานสร้างมาก แสงสีทองสว่างจ้าตัดกับความมืดมิดของศัตรูได้อย่างลงตัว ลู่หมิงแสดงศักยภาพของเทพเจ้าสงครามได้อย่างน่าเกรงขาม ทุกเฟรมคือความตื่นเต้นที่ห้ามกระพริบตาจริงๆ ในนักโทษเนรเทศ สู่เทพตัดสินนาง ฉากนี้คือที่สุดของความมันส์
เมื่อฉากย้ายเข้าสู่พระราชวัง บรรยากาศเปลี่ยนจากความดุเดือดมาเป็นความตึงเครียดทางการเมืองทันที การเดินของลู่หมิงผ่านแถวขุนนางที่ซุบซิบแสดงให้เห็นถึงอำนาจที่เขากำลังท้าทาย สายตาของจ้าวซื่อฉีที่มองมาอย่างจับผิด บวกกับท่าทีของขันทีหวังที่ดูเจ้าเล่ห์ ทำให้รู้ว่าศึกในวังน่ากลัวกว่าศึกนอกกำแพงเสียอีก นักโทษเนรเทศ สู่เทพตัดสินนาง เล่นกับจิตวิทยาตัวละครได้ลึกซึ้งมาก
ต้องยกนิ้วให้ทีมคอสตูมจริงๆ ชุดของเซียวชิงเกอที่ปักลายมังกรสีเงินบนผ้าสีน้ำเงินเข้มดูหรูหราและทรงพลังมาก เครื่องประดับทองคำและปิ่นปักผมที่วิจิตรบรรจงช่วยเสริมบุคลิกนางพญาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ส่วนชุดดำทองของลู่หมิงก็ดูขลังและน่าเกรงขาม ทุกดีเทลในนักโทษเนรเทศ สู่เทพตัดสินนาง ถูกออกแบบมาเพื่อเล่าเรื่องราวผ่านเสื้อผ้าอย่างแท้จริง
การนำกำแพงเมืองจีนมาใส่ในฉากแฟนตาซีคือไอเดียที่บ้าแต่ยอดเยี่ยมมาก! ฉากที่เวทมนตร์สีทองวิ่งไปตามแนวกำแพงเหมือนเส้นเลือดใหญ่ที่ปกป้องอาณาจักร มันสื่อถึงความยิ่งใหญ่ของประวัติศาสตร์ที่ผสมผสานกับพลังเหนือธรรมชาติได้อย่างลงตัว ภาพมุมสูงที่เห็นแนวกำแพงทอดยาวตัดกับภูเขาช่างงดงามจนอยากหยุดดูซ้ำๆ ในนักโทษเนรเทศ สู่เทพตัดสินนาง