ฉากเปิดเรื่องในนักโทษเนรเทศ สู่เทพตัดสินนาง แสดงให้เห็นถึงบารมีของราชินีที่แม้จะนั่งนิ่งๆ แต่สายตาที่มองลงมาที่หญิงสาวผู้บาดเจ็บกลับเต็มไปด้วยความกดดัน บรรยากาศในห้องโถงดูเคร่งขรึมจนน่ากลัว การแสดงออกทางสีหน้าของตัวละครหลักสื่ออารมณ์ได้ชัดเจนมาก ทำให้คนดูรู้สึกเกร็งตามไปด้วย ฉากนี้บอกเล่าเรื่องราวของอำนาจและการตัดสินชะตาชีวิตได้อย่างทรงพลัง
ชอบฉากที่หญิงสาวในชุดแดงร้องไห้ในนักโทษเนรเทศ สู่เทพตัดสินนาง มากๆ น้ำตาที่ไหลรินลงมาพร้อมกับรอยเลือดบนหน้าผากมันสื่อถึงความเจ็บปวดทั้งกายและใจได้ดีมาก การตัดสลับภาพไปยังฉากสงครามที่โหดร้ายยิ่งทำให้เข้าใจที่มาของความทุกข์ทรมานนี้ คนดูอย่างเราแทบจะสัมผัสได้ถึงความสิ้นหวังของเธอ ฉากนี้ทำเอาใจสลายจริงๆ
ตัวละครแม่ทัพในนักโทษเนรเทศ สู่เทพตัดสินนาง น่าสนใจมาก ตอนแรกดูเหมือนจะเคร่งขรึมและจริงจัง แต่พอเห็นฉากที่เขาแอบยิ้มมุมปากตอนดูกล่องสมบัติ มันทำให้รู้สึกว่าเขาอาจจะวางแผนอะไรบางอย่างไว้ รอยยิ้มนั้นดูมีความหมายลึกซึ้งเกินกว่าจะมองข้ามไปได้ ทำให้คนดูเริ่มสงสัยว่าจริงๆ แล้วเขาอยู่ฝ่ายไหนกันแน่
ฉากเผชิญหน้าระหว่างราชินีและหญิงสาวในนักโทษเนรเทศ สู่เทพตัดสินนาง ตึงเครียดมาก ราชินีลุกขึ้นยืนและชี้หน้าสั่งการ แสดงให้เห็นถึงอำนาจเบ็ดเสร็จ ในขณะที่หญิงสาวทำได้เพียงก้มหน้ารับชะตากรรม ความแตกต่างของสถานะถูกถ่ายทอดออกมาผ่านภาษากายได้อย่างยอดเยี่ยม คนดูรู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่ถาโถมเข้ามาหาตัวละครผู้ต่ำต้อยกว่า
ฉากเปิดกล่องไม้ในนักโทษเนรเทศ สู่เทพตัดสินนาง ที่ข้างในมีม้วนกระดาษและสัญลักษณ์เวทมนตร์เรืองแสง เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของเรื่อง มันบ่งบอกว่าเรื่องราวไม่ได้มีแค่การต่อสู้ทางการเมือง แต่ยังมีองค์ประกอบของพลังลึกลับเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แสงสีฟ้าที่พุ่งออกมาจากกล่องสร้างความตื่นตาตื่นใจและทำให้คนดูอยากรู้ทันทีว่าข้างในนั้นคืออะไรกันแน่
ฉากจบที่เหล่าทหารนำม้วนกระดาษไปเผาไฟในนักโทษเนรเทศ สู่เทพตัดสินนาง ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นการปิดฉากบางอย่างลงอย่างถาวร ไฟที่ลุกโชนเผาผลาญเอกสารสำคัญ สื่อถึงการลบเลือนประวัติศาสตร์หรือความผิดบางอย่างให้หายไปจากโลกนี้ ฉากนี้ดูยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามมาก ทำให้คนดูรู้สึกว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่ออนาคต
ต้องชมเรื่องเครื่องแต่งกายในนักโทษเนรเทศ สู่เทพตัดสินนาง เลย ราชินีใส่ชุดสีน้ำเงินปักลายมังกรสีทองดูอลังการมาก ส่วนหญิงสาวผู้บาดเจ็บก็ใส่ชุดสีแดงตัดกับผ้าพันแผลสีขาวที่ดูน่าสงสาร ความละเอียดของลวดลายบนเสื้อผ้าและเครื่องประดับศีรษะแสดงถึงความใส่ใจในการผลิต ทำให้ภาพรวมของเรื่องดูมีความเป็นภาพยนตร์ระดับสูงมากจริงๆ
ภาพตัดต่อที่แทรกฉากสงครามเข้ามาในนักโทษเนรเทศ สู่เทพตัดสินนาง ทำได้ดีมาก ท้องฟ้าสีแดงฉานกับภาพเด็กน้อยที่ร้องไห้ข้างศพผู้หญิง มันสร้างความสะเทือนใจได้ทันทีโดยไม่ต้องมีคำบรรยาย ฉากนี้ช่วยปูพื้นหลังให้เข้าใจว่าทำไมตัวละครถึงมีปมด้อยหรือความเจ็บปวดขนาดนี้ เป็นการใช้ภาพเล่าเรื่องที่มีประสิทธิภาพสูงมาก
การแสดงของราชินีในนักโทษเนรเทศ สู่เทพตัดสินนาง ยอดเยี่ยมมาก โดยเฉพาะการใช้สายตา ตอนเธอจ้องมองหญิงสาวที่คุกเข่าอยู่ สายตานั้นดูเย็นชาและไร้ความปรานีราวกับกำลังมองศัตรู มันสื่อถึงความเป็นผู้นำที่เด็ดขาดและพร้อมจะกำจัดอุปสรรคทุกอย่าง คนดูรู้สึกขนลุกทุกครั้งที่เธอเหลือบตามองมาทางกล้อง
ตอนจบของนักโทษเนรเทศ สู่เทพตัดสินนาง ที่แม่ทัพเดินนำขบวนออกมาพร้อมกล่องสมบัติ แล้วสั่งให้เผาเอกสารทิ้ง มันทำให้คนดูงงและสงสัยว่าตกลงแล้วใครคือผู้ชนะกันแน่ การที่แม่ทัพมีอำนาจสั่งการได้ขนาดนี้แสดงว่าเขาอาจจะเป็นตัวจริงที่อยู่เบื้องหลังทุกอย่าง ฉากนี้ทิ้งปมไว้ให้คนดูได้ขบคิดต่ออีกยาวเลย