ชอบโมเมนต์ที่เธอตัดสินใจเด็ดขาดใน การเรียนวิถีไร้ใจ มาก แม้จะต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดแต่เธอก็ไม่หวั่นไหว แสงสีฟ้าที่พุ่งออกมาตอนจบมันสื่อถึงการปลดปล่อยบางอย่างที่ทรงพลังมาก ฉากต่อสู้แม้จะสั้นแต่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก การแสดงของนักแสดงนำทำให้เราเชื่อในบทบาทนั้นจริงๆ เป็นฉากที่ดูซ้ำกี่ทีก็ยังรู้สึกตื่นเต้น
สิ่งที่ชอบที่สุดใน การเรียนวิถีไร้ใจ คือการใช้ความเงียบเล่าเรื่อง ไม่ต้องมีคำพูดเยอะแต่สายตาของตัวละครบอกทุกอย่าง ฉากที่สามหนุ่มคุกเข่ารอรับโทษมันกดดันมาก โดยเฉพาะตอนที่ดาบถูกโยนทิ้งลงพื้น เสียงกระทบพื้นเบาๆ แต่ดังในใจคนดู ฉากหลังเป็นภูเขาและวัดโบราณช่วยเสริมบรรยากาศขลังๆ ได้ดีมาก ดูแล้วรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในเรื่องราว
การออกแบบเครื่องแต่งกายใน การเรียนวิถีไร้ใจ สวยงามและมีความหมาย ชุดขาวของทุกคนดูเหมือนจะสื่อถึงความบริสุทธิ์แต่กลับต้องมาเผชิญกับเรื่องราวที่โหดร้าย ผมสีขาวของนางเอกโดดเด่นมากท่ามกลางฉากธรรมชาติสีเขียว ตัดกันได้อย่างลงตัว ทุกครั้งที่เธอขยับตัวชุดพริ้วไหวสวยงามแต่แฝงไปด้วยความเศร้า เป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้ละครเรื่องนี้ดูมีระดับขึ้นมาก
ดู การเรียนวิถีไร้ใจ แล้วรู้สึกสงสารตัวละครมาก การที่ต้องมาทดสอบความรักด้วยคมดาบมันโหดร้ายเกินไป ฉากที่เธอร่ายเวทมนตร์ใส่พวกผู้ชายมันแสดงให้เห็นว่าเธอต้องแข็งข้อแค่ไหนถึงจะทำได้ แววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดแต่ต้องทำหน้าเฉยเมยมันทำเอาคนดูน้ำตาซึม ฉากจบที่เธอเดินจากไปทิ้งให้พวกเขานั่งอยู่ตรงนั้นมันช่างเหงาจับใจ อยากให้ตอนต่อไปมีความสุขบ้าง
ฉากนี้ใน การเรียนวิถีไร้ใจ บอกเลยว่ากินใจมาก แค่เห็นสีหน้าของนางเอกผมขาวก็รู้แล้วว่าเธอเจ็บปวดแค่ไหน การที่ต้องลงดาบกับคนที่รักมันโหดร้ายเกินไป ฉากดาบหักเปรียบเสมือนความสัมพันธ์ที่ขาดสะบั้น ไม่สามารถต่อกันได้อีกแล้ว บรรยากาศในวัดที่เงียบสงบยิ่งทำให้ความตึงเครียดพุ่งปรี๊ด ดูแล้วจุกอกจริงๆ อยากให้เธอเข้มแข็งนะ