ต้องชมทีมคอสตูมและอาร์ตไดเรกเตอร์เลยค่ะ ชุดสีขาวของตัวละครหลักตัดกับฉากหลังมืดๆ ได้สวยงามและสื่อความหมายได้ดีมาก การเดินเข้ามาของนางเอกในชุดเรียบง่ายแต่ดูมีพลัง ทำให้ฉากนั้นดูโดดเด่นขึ้นมาทันที การเรียนวิถีไร้ใจ สร้างบรรยากาศได้ขลังมาก เหมือนเราหลุดเข้าไปในยุทธภพจริงๆ ฉากนอกสถานที่ที่มีหมอกจางๆ ก็ช่วยเพิ่มมิติให้เรื่องดูมีมนต์ขลังสุดๆ
ดูแล้วรู้สึกอึดอัดแทนตัวละครมากค่ะ ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องหรือเพื่อนร่วมสำนักที่ดูเหมือนจะแตกหักถึงที่สุด การที่พระเอกถูกปิดตาอาจหมายถึงการไม่ต้องการเห็นความจริงบางอย่าง หรือถูกบังคับให้มองข้ามความผิด การเรียนวิถีไร้ใจ วางปมได้น่าสนใจมาก อยากทราบจริงๆ ว่าใครคือคนร้ายตัวจริง และพระเอกจะแก้แค้นหรือให้อภัยดี ฉากจบที่ตัดมาที่นางเอกเดินคนเดียวทำให้ใจหายเลยค่ะ
แม้พระเอกจะปิดตาแต่การแสดงผ่านสีหน้าและน้ำเสียงยังทรงพลังมากค่ะ ส่วนตัวละครอื่นๆ โดยเฉพาะคนใส่ชุดขาวที่ดูมีพิรุธ สายตาที่หลบเลี่ยงและความกังวลมันฟ้องทุกอย่างออกมา การเรียนวิถีไร้ใจ ใช้ภาษากายได้ดีมาก ไม่ต้องพูดเยอะแต่เรารู้สึกได้ถึงบรรยากาศตึงเครียด ฉากที่นางเอกวิ่งตามพระเอกแล้วถูกปฏิเสธ มันเจ็บแทนเธอจริงๆ อยากให้พระเอกหันมามองเธอบ้างจัง
ชอบตรงที่เรื่องไม่ได้มีแค่ความรักแต่มีปมการต่อสู้และอำนาจแฝงอยู่ด้วย การที่ตัวละครหลักต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่โหดร้ายทั้งที่ร่างกายไม่พร้อม มันทำให้เราเอาใจช่วยเขามาก การเรียนวิถีไร้ใจ มีอะไรให้ขบคิดมากกว่าแค่ละครรักทั่วไป ฉากที่ทุกคนยืนเรียงแถวเพื่อรอการตัดสิน มันเหมือนการตัดสินชะตาชีวิตจริงๆ อยากดูต่อมากว่าใครจะเป็นผู้ชนะในเกมนี้
ฉากที่พระเอกถูกปิดตาแต่ยังต้องเผชิญหน้ากับความจริงมันช่างบีบหัวใจมากค่ะ การแสดงสีหน้าของตัวละครรอบข้างที่เต็มไปด้วยความกังวลและความโกรธแค้น ทำให้เรารู้สึกถึงความกดดันมหาศาลในเรื่อง การเรียนวิถีไร้ใจ เรื่องนี้เล่นกับอารมณ์คนดูได้ดีมาก โดยเฉพาะฉากดราม่าในห้องโถงที่ทุกคนต่างมีปมในใจ จุดยืนของแต่ละคนชัดเจนมาก