สิ่งที่ทำให้ การเรียนวิถีไร้ใจ น่าติดตามไม่ใช่แค่ฉากแอ็คชั่น แต่คือความละมุนระหว่างพระเอกผมดำกับนางเอกผมขาว ตอนที่พระเอกพุ่งตัวไปรับนางเอกลงจากฟ้า สายตาที่มองกันเต็มไปด้วยความห่วงใยและความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ฉากที่อุ้มกันกลางอากาศแล้วค่อยๆ ร่อนลงพื้นอย่างนุ่มนวล ช่างโรแมนติกและเต็มไปด้วยความอบอุ่น ทำให้คนดูใจละลายตามไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ต้องยกนิ้วให้ทีมโปรดักชั่นของ การเรียนวิถีไร้ใจ ที่ใส่ใจในรายละเอียดชุดตัวละครมาก ชุดสีขาวของนางเอกที่มีลวดลายปักทองละเอียดอ่อน เข้ากับผมสีขาวและเครื่องประดับเงินได้อย่างลงตัว ฉากหลังที่เป็นน้ำตกและต้นซากุระบานสะพรั่งช่วยสร้างบรรยากาศแฟนตาซีได้สมบูรณ์แบบ ทุกเฟรมดูเหมือนภาพวาดจีนโบราณที่มีชีวิตชีวาจริงๆ
การใช้แสงสีในการสื่อถึงพลังเวทมนตร์ใน การเรียนวิถีไร้ใจ ทำได้ดีมาก ตั้งแต่แสงสีชมพูที่ล้อมรอบตัวนางเอกตอนนั่งสมาธิ ไปจนถึงแสงสีทองที่ปรากฏในฝ่ามือและลอยไปยังอีกฝ่ายหนึ่ง แสงเหล่านี้ไม่ได้ดูฉูดฉาดแต่กลับดูอ่อนโยนและมีพลัง ช่วยเล่าเรื่องโดยไม่ต้องใช้คำพูดเยอะ ทำให้คนดูรู้สึกถึงพลังงานที่ไหลเวียนระหว่างตัวละครได้อย่างชัดเจน
การเรียนวิถีไร้ใจ รู้จักใช้จังหวะการเล่าเรื่องได้ดีมาก เริ่มจากฉากนั่งสมาธิที่เงียบสงบ ค่อยๆ เพิ่มความตื่นเต้นเมื่อพระเอกปรากฏตัวและส่งพลังให้ แล้วพุ่งสู่จุดสูงสุดตอนนางเอกลอยตัวและเกือบตก แต่พระเอกมาช่วยทันเวลา ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วแต่ไม่เร่งรีบ ทำให้คนดูรู้สึกตื่นเต้นและผูกพันกับตัวละครในเวลาอันสั้น ช่างเป็นตอนที่สมบูรณ์แบบจริงๆ
การต่อสู้กลางอากาศใน การเรียนวิถีไร้ใจ นั้นน่าทึ่งมาก โดยเฉพาะฉากที่นางเอกผมขาวลอยตัวเหนือยอดไม้พร้อมชุดสีขาวพริ้วไหว ตัดกับฉากหลังที่เป็นป่าเขียวขจีและน้ำตก ทำให้รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในเทพนิยายจีนจริงๆ การออกแบบท่าทางและการใช้เอฟเฟกต์แสงสีชมพูกับสีทองช่วยเสริมพลังเวทมนตร์ได้เป็นอย่างดี ดูแล้วเพลินตาจนไม่อยากกระพริบตาเลยสักนิด