ชอบไอเดียการใช้กระจกหรือฟองอากาศเวทมนตร์เพื่อสื่อสารข้ามภพแบบนี้มาก มันทำให้เห็นความพยายามของนางเอกที่ต้องการส่งสารบางอย่างมาให้พระเอก แม้จะไม่สามารถจับต้องกันได้ก็ตาม ฉากที่เด็กน้อยถือจี้หยกออกมาแสดงว่าของชิ้นนี้สำคัญต่อเนื้อเรื่องมาก การเรียนวิถีไร้ใจ สร้างปมดราม่าได้เก่งมาก โดยเฉพาะตอนที่พระเอกพยายามเอื้อมมือไปสัมผัสภาพแต่ทำได้แค่มองดู ความรู้สึกไร้พลังนี้ทำให้คนดูจุกอกตามไปด้วย
สิ่งที่ทำให้ฉากนี้พิเศษคือรอยยิ้มของนางเอกในภาพลวงตาที่พยายามทำให้พระเอกสบายใจ แม้สถานการณ์จะดูสิ้นหวังแค่ไหนก็ตาม ฉากที่เด็กน้อยทำท่าทางน่ารักๆ ยิ่งทำให้ใจละลาย การเรียนวิถีไร้ใจ รู้จังหวะการใส่ความอบอุ่นสลับกับความเศร้าได้ดีมาก เครื่องแต่งกายสีขาวของพระเอกที่ตัดกับน้ำตาเลือดทำให้ภาพดูสวยงามแต่ก็เจ็บปวดในเวลาเดียวกัน เป็นงานภาพและอารมณ์ที่ลงตัวมากจริงๆ
จี้หยกสีทองที่ปรากฏในมือของนางเอกและเด็กน้อยน่าจะเป็นกุญแจสำคัญของเรื่องแน่ๆ การที่พระเอกมีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างรุนแรงเมื่อเห็นวัตถุนั้นชี้ให้เห็นว่ามันมีความหลังร่วมกัน การเรียนวิถีไร้ใจ วางพล็อตได้น่าสนใจมาก คนดูอย่างเราต้องคอยเดาว่าตกลงแล้วนางเอกและลูกเป็นอย่างไรกันแน่ ทำไมถึงปรากฏเป็นแค่ภาพโฮโลแกรมแบบนี้ ฉากการร่ายเวทของพระเอกที่มือสั่นเทาแสดงถึงความพยายามสุดชีวิตได้ยอดเยี่ยมมาก
การตัดสลับระหว่างภาพความจริงที่พระเอกนั่งอ่านหนังสืออย่างเงียบเหงากับภาพในกระจกที่มีครอบครัวอยู่พร้อมหน้าสร้างความแตกต่างที่เจ็บปวดมาก การเรียนวิถีไร้ใจ เล่นกับอารมณ์คนดูได้เก่งจริงๆ ฉากจบที่พระเอกก้มหน้าลงด้วยดวงตาที่ไหลเป็นเลือดทิ้งปมไว้ให้คนดูลุ้นต่อว่าเขาจะทำอย่างไรต่อไป จะหาทางพาพวกเขากลับมาหรือต้องยอมรับความจริงนี้ บรรยากาศขลังๆ ของห้องโบราณเข้ากับเนื้อเรื่องแฟนตาซีได้เป็นอย่างดี
ฉากที่พระเอกเห็นภาพลวงตาของนางเอกและลูกชายในกระจกวิเศษช่างสะเทือนใจมาก แววตาที่แดงก่ำและน้ำตาที่ไหลเป็นสายเลือดบอกเล่าความเจ็บปวดได้โดยไม่ต้องใช้คำพูด การแสดงของนักแสดงนำทำให้คนดูอินไปกับความสูญเสียในเรื่อง การเรียนวิถีไร้ใจ ได้ดีมากในฉากนี้ บรรยากาศในห้องที่เงียบสงัดยิ่งขับเน้นความโดดเดี่ยวของตัวละครชายผู้ทรงพลังแต่กลับไร้ซึ่งคนที่รักข้างกาย ช่างเป็นฉากที่เรียกน้ำตาได้จริงๆ