ชอบโมเมนต์ที่ตัวละครในชุดคลุมลายเสือคุกเข่าลงมองภาพวาดแล้วน้ำตาไหล มันสื่อถึงความทรงจำที่เจ็บปวดโดยไม่ต้องใช้คำพูดเยอะเลย เพื่อนข้างๆ ที่พยายามปลอบก็ดูเป็นห่วงมาก ฉากนี้ทำให้เราสงสัยว่าเบื้องหลังภาพวาดนี้มีความทรงจำอะไรซ่อนอยู่กันแน่ การตัดสลับระหว่างภาพวาดกับสีหน้าตัวละครทำออกมาได้เนียนมาก ดูแล้วอินสุดๆ
ภาพวาดสัตว์ร้ายที่ดูเหมือนสิงโตมีปีกสีแดงช่างน่ากลัวแต่ก็สวยงามในเวลาเดียวกัน มันเหมือนเป็นตัวแทนของความโกรธแค้นหรือความสูญเสียที่ตัวละครต้องเผชิญ ฉากที่ตัวละครเอามือไปแตะที่กระจกแล้วเห็นเงาสะท้อนของตัวเองซ้อนทับกับภาพวาดมันช่างลึกซึ้งมาก เหมือนเขากำลังมองดูตัวเองในอดีตที่เจ็บปวด เป็นงานภาพที่สื่อความหมายได้ดีมากในสาวน้อยผู้เชื่อฟัง
ฉากนี้แทบไม่มีบทพูดเลยแต่กลับสื่อสารอารมณ์ได้รุนแรงมาก แค่เสียงหายใจและน้ำตาที่ไหลก็ทำให้เรารู้สึกเจ็บปวดไปกับตัวละครแล้ว การที่เพื่อนอีกคนยืนมองด้วยสายตาเป็นห่วงแต่ไม่กล้าเข้าไปยุ่งมันทำให้บรรยากาศตึงเครียดมาก เหมือนทุกคนกำลังรอให้ตัวละครเอกจัดการกับความรู้สึกของตัวเองให้จบ เป็นฉากที่แสดงพลังของการแสดงได้ดีมาก
สังเกตไหมว่าตอนตัวละครเอานิ้วไปเขียนบนกระจกแล้วมีตัวอักษรปรากฏขึ้น มันเหมือนเป็นการสื่อสารกับใครบางคนในอดีต หรืออาจจะเป็นการระบายความในใจออกมาโดยไม่รู้ตัว รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ทำให้เรื่องดูมีมิติมากขึ้น เสื้อผ้าลายเสือที่ใส่ก็ดูมีความหมายซ่อนอยู่เหมือนกัน เหมือนเขาพยายามปกปิดความอ่อนแอไว้ภายใต้ความแข็งแกร่ง
โทนสีฟ้าเย็นของภาพวาดตัดกับสีแดงของปีกสัตว์ประหลาดทำให้รู้สึกหนาวเหน็บแต่ก็ร้อนระอุในเวลาเดียวกัน เหมือนความขัดแย้งในใจตัวละครที่ไม่มีทางออก ฉากที่ตัวละครก้มหน้าร้องไห้แล้วเพื่อนค่อยๆ เข้าไปปลอบมันทำให้ใจเราพองโตมาก เป็นความสัมพันธ์ที่ดูอบอุ่นท่ามกลางความเจ็บปวด ดูแล้วอยากเข้าไปกอดตัวละครเลยจริงๆ ในสาวน้อยผู้เชื่อฟัง