ฉากเปิดเรื่องที่ชายชุดขาวมองไปข้างหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ดวงตากลับบอกเล่าความกังวลและความตัดสินใจที่ยากลำบาก ช่างเป็นภาพเปิดเรื่องที่ดึงดูดความสนใจได้ทันที เมื่อชายหาบของปรากฏตัวพร้อมตะกร้าสองใบที่ดูหนักอึ้ง ก็ยิ่งเพิ่มความสงสัยว่าเขากำลังนำอะไรมา หรือกำลังจะเอาอะไรไป ความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครใน สามัญชนชั้นเอก ภาค ๒ นั้นซับซ้อนและน่าสนใจมาก ทุกการเคลื่อนไหวทุกคำพูดล้วนมีความหมายซ่อนอยู่
ฉากในวังยามค่ำคืนที่ดูเงียบสงบแต่กลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด ช่างเป็นบรรยากาศที่สร้างได้ยอดเยี่ยมมาก ชายใส่เกราะที่ดูเข้มงวดกับชายใส่หมวกสูงที่ดูเศร้าสร้อย ช่างเป็นคู่ที่สร้างความสงสัยให้คนดูอย่างมากว่าพวกเขากำลังคุยเรื่องอะไรกัน ใน สามัญชนชั้นเอก ภาค ๒ ฉากที่ชายชุดขาวมองตามชายหาบของที่เดินจากไป ช่างเป็นภาพที่สื่อถึงความสูญเสียและความหวังที่เลือนลางได้ดีมาก ดูแล้วรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่ตรงนั้นด้วยจริงๆ
ดูแล้วจุกอกมากกับฉากที่ชายหาบของเดินจากไปโดยหันหลังให้ ทั้งที่รู้ว่าอีกฝ่ายเรียกแต่ก็ไม่ยอมหันกลับมา ความสัมพันธ์ระหว่างชายชุดขาวกับชายชุดดำที่ดูสนิทสนมกันมากกลับต้องมาเผชิญกับสถานการณ์บีบคั้นแบบนี้ ช่างเป็นพล็อตที่ดึงอารมณ์คนดูได้เก่งจริงๆ ใน สามัญชนชั้นเอก ภาค ๒ ฉากกลางคืนที่ชายใส่เกราะนั่งคุยกับชายใส่หมวกสูงยิ่งเพิ่มความลึกลับให้เรื่องราว ดูแล้วอยากรู้ต่อทันทีว่าเบื้องหลังความเงียบงันนี้ซ่อนความลับอะไรไว้บ้าง
ชอบมากที่ผู้สร้างใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่น ลวดลายบนเสื้อผ้าของชายชุดขาวที่ดูเรียบง่ายแต่หรูหรา หรือผมที่ยุ่งเหยิงของชายหาบของที่บอกเล่าความลำบากในการเดินทาง ฉากที่ชายชุดขาวชี้มือออกไปแล้วพูดอะไรบางอย่างกับเพื่อนสนิท ช่างเป็นโมเมนต์ที่ดูธรรมดาแต่กลับทรงพลังมากใน สามัญชนชั้นเอก ภาค ๒ การแสดงของนักแสดงทุกคนดูเป็นธรรมชาติมากจนลืมไปเลยว่ากำลังดูละครอยู่ รู้สึกเหมือนได้เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ
ฉากที่ชายชุดขาววางมือบนบ่าเพื่อนสนิทแล้วมองตามชายหาบของไป ช่างเป็นภาพที่บอกเล่ามิตรภาพและความสูญเสียได้ดีโดยไม่ต้องใช้คำพูด การแสดงสีหน้าของตัวละครหลักใน สามัญชนชั้นเอก ภาค ๒ นั้นละเอียดอ่อนมาก แค่การกระพริบตาหรือการขยับริมฝีปากเล็กน้อยก็สื่ออารมณ์ได้ลึกซึ้งจนคนดูต้องกลั้นหายใจตาม บรรยากาศในวังที่ดูเงียบสงบแต่แฝงไปด้วยความตึงเครียดทำให้เรารู้สึกเหมือนกำลังแอบมองเรื่องราวต้องห้ามบางอย่างที่เกิดขึ้นจริง